จีดีพี จีนไตรมาส 2 ขยายตัว 4.3% ต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี แม้ยอดส่งออกครึ่งปีแรกทำสถิติสูงสุด และค้าปลีกเดือนมิถุนายนพลิกบวกครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี จากแรงหนุน AI และรถยนต์ไฟฟ้า
วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจจีนในไตรมาส 2 ปี 2569 (เมษายน-มิถุนายน) ขยายตัว 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 4.5% และเป็นอัตราการเติบโตที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2565 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมายการเติบโตทั้งปีของรัฐบาลจีนที่ 4.5-5.0% สะท้อนแรงกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซาต่อเนื่องและการใช้จ่ายภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ
ในขณะที่เศรษฐกิจจีนยังได้รับแรงหนุนจากภาคการส่งออก โดยสำนักงานศุลกากรจีนเปิดเผยว่า การส่งออกช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนมีมูลค่าทะลุ 10 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 1.58 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 51.5 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยในเดือนมิถุนายน การส่งออกของจีนเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า ขณะที่อุปกรณ์ประมวลผลข้อมูลเพิ่มขึ้น 53.1%
ด้านการบริโภคภายในประเทศเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดย ยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 1.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน พลิกกลับมาเติบโตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 หลังเดือนพฤษภาคมหดตัว 0.6% ขณะที่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 5.3% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 4.6% อย่างไรก็ตาม การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ในช่วงครึ่งปีแรกยังลดลง 5.7% สะท้อนว่าการลงทุนภายในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
...
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังขยายตัวได้ แต่ยังเผชิญปัจจัยภายนอกที่ไม่แน่นอน ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้า และความไม่สมดุลระหว่างกำลังการผลิตที่แข็งแกร่งกับอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ ทำให้รัฐบาลอาจต้องออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง แม้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าจีนยังมีโอกาสบรรลุเป้าหมายการเติบโตทั้งปีได้ หากภาคการส่งออกยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง.
ที่มา AFP