ทางการจีนมีคำสั่งปลด "หม่า ซิงรุ่ย" อดีตสมาชิกกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ออกจากพรรคและปลดออกจากตำแหน่งราชการ หลังการสอบสวนพบกระทำความผิดร้ายแรงด้านวินัยและกฎหมาย รวมถึงรับสินบน ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง และปล่อยให้เครือญาติแสวงหาผลประโยชน์จากอำนาจหน้าที่ นับเป็นสมาชิกโปลิตบูโรคนที่ 3 ที่ถูกกวาดล้างนับตั้งแต่ปี 2025
คณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลาง และคณะกรรมการกรรมาธิการควบคุมแห่งชาติของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ได้ออกแถลงการณ์วันนี้ (14 ก.ค.) ระบุว่า นายหม่า ซิงรุ่ย วัย 66 ปีอดีตสมาชิกกรมการเมือง หรือโปลิตบูโร ซึ่งเป็นองค์กรตัดสินใจระดับบริหารสูงสุดของประเทศ และอดีตรองหัวหน้าคณะทำงานส่วนกลางด้านกิจการชนบท ได้ถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนและไล่ออกจากตำแหน่งทางราชการทั้งหมดแล้ว หลังถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ในข้อหา "ละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง"
ผลการสอบสวนระบุว่า นายหม่าละเมิดกฎระเบียบทางการเมืองและวินัยของพรรคอย่างไม่ร้ายแรง เขาล้มเหลวในการกำกับดูแลตนเองและผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเข้มงวด โดยจงใจเพิกเฉยต่อการละเมิดวินัยและการกระทำที่ส่อเค้าทางอาชญากรรมของคนสนิทรอบตัว นอกจากนี้ เขายังใช้เอกสิทธิ์ในตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือบุคคลอื่นให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งและจัดสรรงานให้อย่างไม่เป็นธรรม รวมถึงการปกปิดข้อเท็จจริงและพูดโกหกในระหว่างถูกทางการไต่สวน
ยิ่งไปกว่านั้น รายงานจากสำนักข่าวซินหัวระบุว่า นายหม่าและครอบครัวพัวพันกับการรับของขวัญและเงินสดจำนวนมหาศาล แอบช่วยเหลือเครือญาติให้สามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดอย่างน่าสงสัย ตลอดจนมีพฤติกรรมใช้เกียรติและอำนาจหน้าที่แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงเรื่องอื้อฉาวทางเพศ และเงินตรา ยินยอมให้สมาชิกในครอบครัวใช้อิทธิพลของตนไปแสวงหาผลประโยชน์มหาศาลทางธุรกิจ จนเข้าข่ายการทุจริตในระดับเครือญาติ หรือ "คอร์รัปชันแบบยกตระกูล" โดยทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบทั้งหมดจะถูกยึดทรัพย์ และคดีความรวมถึงหลักฐานจะถูกส่งต่อให้พนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
...
นายหม่า ซิงรุ่ย ถือเป็นเจ้าหน้าที่เทคโนแครต หรือนักวิชาการที่ผันตัวมาเป็นนักบริหาร ที่มีประวัติการทำงานที่โดดเด่นและเติบโตอย่างก้าวกระโดดในแวดวงการเมืองจีน เขาเกิดที่มณฑลซานตง เข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ในปี 1988 และเริ่มต้นสายอาชีพจากการเป็นวิศวกรการบินและอวกาศ
ในช่วงปี 1996 ถึง 2012 นายหม่าได้ดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงในสถาบันเทคโนโลยีอวกาศแห่งชาติจีน (CAST) และบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการบินและอวกาศแห่งชาติจีน (CASC) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจผู้ผลิตยานอวกาศและขีปนาวุธหลักของประเทศ โดยเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและควบคุมโครงการอวกาศที่สำคัญที่สุดของจีนหลายโครงการ
ต่อมาในปี 2013 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) และประธานสำนักงานพลังงานปรมาณูแห่งจีน ก่อนที่ในปีเดียวกันนั้นจะถูกย้ายไปบริหารงานส่วนท้องถิ่นที่มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของประเทศ และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ว่าราชการมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญในปี 2017
จากนั้นในช่วงปลายปี 2021 ถึงปี 2025 นายหม่าได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือที่มีความไวต่อความมั่นคงสูง ก่อนที่เส้นทางการเมืองจะดับวูบลงจากการถูกสอบสวนด้านทุจริตในเวลาต่อมา
การร่วงจากอำนาจของนายหม่าเกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบอย่างเข้มข้นในภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการบินและอวกาศของจีน โดยในอดีตเมื่อปี 2013 นายหม่าเคยเป็นหัวหน้าหน่วยงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายจาง เจี้ยนหัว อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ ซึ่งเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายหม่า ก็เพิ่งถูกอัยการสั่งฟ้องในข้อหารับสินบนและใช้อิทธิพลโดยมิชอบเช่นกัน
นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายรายในมณฑลซินเจียงที่เคยได้รับการเลื่อนตำแหน่งในยุคที่นายหม่าเรืองอำนาจ ต่างก็ถูกจับกุมและเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเช่นกัน รวมถึงก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม นายกัว หย่งหาง อดีตหัวหน้าคณะทำงานของนายหม่าสมัยดำรงตำแหน่งที่เมืองเซินเจิ้น ระหว่างปี 2015-2016 ก็ถูกทางการสั่งสอบสวนไปก่อนแล้ว
สงครามปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันที่ยืดเยื้อมานานหลายปีภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กวาดล้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงในพรรค รัฐบาล และกองทัพไปแล้วจำนวนมาก โดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จีนเพิ่งเปิดฉากสอบสวนคอร์รัปชันต่อนายจาง โหย่วเสีย พลเอกอาวุโสสูงสุดของกองทัพ และก่อนหน้านั้นในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว นายเหอ เวยตง อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ก็ถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์เช่นเดียวกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม่มีเจ้าหน้าที่คนใด ไม่ว่าจะทรงอิทธิพลเพียงใด ที่จะรอดพ้นจากมาตรการกวาดล้างนี้ได้.
ที่มา China Daily / Reuters