ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งอย่างเป็นทางการต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ว่าปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านได้กลับมาเริ่มต้นอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม หลังกล่าวหาอิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ เห็นว่าสามารถเริ่มนับกรอบเวลา 60 วันใหม่ภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจในภาวะสงครามปี 1973

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ส่งจดหมายลงวันที่ 10 ก.ค. ถึงสภาคองเกรส โดยส่งตรงถึงนายชัก แกรสสลีย์ สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันในฐานะประธานชั่วคราวของวุฒิสภา เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา

จดหมายฉบับดังกล่าวระบุว่า "ผมได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการทางทหารนี้ สอดคล้องกับความรับผิดชอบของผมในการปกป้องชาวอเมริกัน ตลอดจนรักษาความมั่นคงแห่งชาติและผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ"

รัฐบาลของทรัมป์มองว่า การส่งหนังสือแจ้งเตือนครั้งนี้จะเป็นการนับหนึ่งใหม่สำหรับกรอบเวลา 60 วัน ภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจในภาวะสงครามปี 1973 (War Powers Act) ซึ่งระบุว่าประธานาธิบดีต้องแจ้งสภาคองเกรสภายใน 48 ชั่วโมงเมื่อเปิดฉากโจมตี และสามารถดำเนินปฏิบัติการทางทหารได้เพียง 60 วันเท่านั้น หากไม่ได้รับความเห็นชอบหรือการประกาศสงครามจากสภาคองเกรส

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ก่อนที่ทรัมป์จะสั่งหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์เมื่อวันที่ 7 เม.ย. และมีการขยายเวลาเรื่อยมาเพื่อหาทางออกทางการทูต จนนำไปสู่การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุในจดหมายว่า อิหร่านได้ละเมิดข้อตกลงดังกล่าวอย่างร้ายแรง จากกรณีที่กองกำลังอิหร่านเข้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันพาณิชย์ 3 ลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยฝั่งอิหร่านอ้างว่าเรือเหล่านั้นไม่ได้ขออนุญาตและไม่ใช้เส้นทางที่อิหร่านกำหนด ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ทรัมป์สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากยิงถล่มเป้าหมายทางทหารของอิหร่านทันที เพื่อตอบโต้และคุ้มครองเส้นทางเดินเรือพาณิชย์

...

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่า สหรัฐฯ จะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อการขนส่งสินค้าของอิหร่านในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย และจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดออกอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำว่าการโจมตีของสหรัฐฯ เป็นไปอย่างจำกัด มีการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อลดความสูญเสียของพลเรือนให้ได้มากที่สุด

ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา อำนาจในการ "ประกาศสงคราม" เป็นสิทธิ์ขาดของสภาคองเกรส ไม่ใช่ประธานาธิบดี การที่รัฐบาลทรัมป์อ้างว่ากรอบเวลา 60 วันเดิม ซึ่งสิ้นสุดไปตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ได้ยุติลงแล้วในช่วงหยุดยิง และสามารถเริ่มนับหนึ่งใหม่ได้ในสัปดาห์นี้ ได้จุดชนวนความขัดแย้งกับฝ่ายนิติบัญญัติอย่างรุนแรง

นายโทมัส แมสซี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันจากรัฐเคนทักกี ซึ่งเป็นผู้วิจารณ์สงครามครั้งนี้มาโดยตลอด กล่าวว่า "สงครามครั้งนี้ไม่เคยหยุดลงเลย รัฐบาลกำลังเล่นตลกกับกฎหมายอำนาจในภาวะสงคราม โดยแกล้งทำเป็นว่าพวกเขาสามารถกดปุ่มหยุด-เริ่มใหม่ เพื่อรีเซ็ตเวลานาฬิกาไปเรื่อย ๆ ได้"

ขณะที่ นายอดัม ชิฟฟ์ สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ออกแถลงการณ์โจมตีอย่างดุเดือดว่า "คำกล่าวอ้างใด ๆ ของรัฐบาลทรัมป์ที่ว่าพวกเขามีเวลาอีก 60 วันในการปฏิบัติการทางทหารโดยไม่มีสภาคองเกรสนั้น ถือเป็นเรื่องที่ไม่มีฐานรองรับทางกฎหมายเลย" พร้อมประกาศยื่นร่างมติใหม่เพื่อบังคับให้ถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากการสู้รบครั้งนี้ทันที

ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมา ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากอยู่เล็กน้อย ต่างเคยลงมติเห็นชอบในร่างมติร่วมกันเพื่อจำกัดอำนาจของทรัมป์ในการทำสงครามกับอิหร่านโดยไม่ผ่านสภามาแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลอย่างยิ่งของเหล่านักการเมืองต่อสงครามที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน ขณะที่ทรัมป์ได้ออกมาตอบโต้อย่างเกรี้ยวกราดว่า มติดังกล่าวเป็นการสร้างความสวมรอยเดือดร้อนและให้ท้ายแก่อิหร่าน พร้อมทำให้การทำงานของเขายากลำบากยิ่งขึ้น.


ที่มา CBS News / Reuters