12 รัฐของสหรัฐฯ นำโดยรัฐแคลิฟอร์เนีย ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลาง ขวางแผนการเข้าซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery ของ Paramount มูลค่า 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หวั่นผูกขาด กระทบผู้บริโภค

รัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมด้วยอีก 11 รัฐ ได้แก่ นิวยอร์ก แอริโซนา มินนิโซตา โอเรกอน โคโลราโด คอนเนตทิคัต แมสซาชูเซตส์ เนวาดา นิวเจอร์ซีย์ นิวเม็กซิโก และวอชิงตัน ได้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองโอ๊กแลนด์ เพื่อขอให้ระงับการควบรวมกิจการระหว่าง Paramount และ Warner Bros. Discovery มูลค่า 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 4 ล้านล้านบาท

โดยหากดีลนี้สำเร็จ จะถือเป็นหนึ่งในการควบรวมกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการสื่อ และจะทำให้ Paramount กลายเป็นคู่แข่งรายสำคัญของ Netflix และ Disney

ในคำฟ้องระบุว่า การควบรวมกิจการจะทำให้บริษัทใหม่มีอำนาจครอบครองตลาดสื่อขนาดใหญ่ จนสามารถกำหนดราคาภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ได้ ส่งผลให้โรงภาพยนตร์ ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก และผู้บริโภคต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น

อัยการของหลายรัฐยังเตือนว่า การแข่งขันที่ลดลงอาจส่งผลให้ค่าจ้างของแรงงานในอุตสาหกรรมบันเทิง เช่น นักแสดง นักเขียนบท ทีมงานถ่ายทำ และบุคลากรเบื้องหลัง อ่อนแอลงตามไปด้วย

หากการควบรวมเกิดขึ้น Paramount จะมีส่วนแบ่งตลาดจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในสหรัฐฯ ราว 27% และครองตลาดภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ประมาณ 30% รวมถึงมีอำนาจเหนือช่องเคเบิลทีวีรายใหญ่ เช่น CNN, MTV, HGTV, Cartoon Network และ Nickelodeon

ด้าน Paramount ออกแถลงการณ์ระบุว่า คำฟ้องดังกล่าวตีความกฎหมายการแข่งขันทางการค้าผิด และไม่สะท้อนสภาพการแข่งขันที่แท้จริงของอุตสาหกรรมบันเทิงในปัจจุบัน

โดยบริษัทระบุว่า การควบรวมจะช่วยลดต้นทุนจากโครงสร้างที่ซ้ำซ้อนกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้สามารถผลิตภาพยนตร์ได้มากขึ้น โดยตั้งเป้าออกฉายถึง 30 เรื่องต่อปี

...

อย่างไรก็ตาม รัฐที่ยื่นฟ้องเห็นว่าคำมั่นดังกล่าวไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และแม้จะผลิตภาพยนตร์เพิ่มขึ้น บริษัทก็ยังมีอำนาจปรับขึ้นราคาและลดคุณภาพของบริการได้หลังควบรวม

คดีนี้ยังถูกจับตามองในมิติทางการเมือง เนื่องจากนักวิจารณ์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ อนุมัติดีลนี้ได้ง่ายขึ้น เพราะแลร์รี เอลลิสันมหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้ง Oracle และบิดาของ เดวิด เอลลิสัน ซีอีโอ Paramount มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

ขณะที่อัยการสูงสุดของทั้ง 12 รัฐที่ร่วมยื่นฟ้อง ล้วนสังกัดพรรคเดโมแครต โดยระบุว่าการดำเนินคดีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องผู้บริโภค ธุรกิจขนาดเล็ก และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในแต่ละรัฐ

นักวิเคราะห์มองว่า การฟ้องร้องครั้งนี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดของข้อตกลง และอาจทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปหลายเดือน

โดยตามเงื่อนไขของข้อตกลง หากการควบรวมไม่แล้วเสร็จก่อนเดือนตุลาคม Paramount จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้ผู้ถือหุ้นของ Warner Bros. Discovery ประมาณ 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไตรมาส นอกจากนี้ ความล่าช้ายังอาจส่งผลต่อการจัดหาเงินทุน ราคาหุ้น และอาจทำให้ดีลล่มได้ในที่สุด.


ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ  ข่าวต่างประเทศ