ฝรั่งเศสเผชิญไฟป่าครั้งรุนแรงในป่าฟงแตนโบล ห่างจากกรุงปารีสเพียง 60 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ระดมนักผจญเพลิงกว่า 400 นาย พร้อมเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์ หลังเพลิงเผาผลาญพื้นที่แล้วราว 5,000 ไร่ ส่งผลให้ต้องอพยพประชาชน ปิดทางหลวงสายหลัก และกระทบระบบรถไฟความเร็วสูง ท่ามกลางคลื่นความร้อนระลอกที่ 3 ของฝรั่งเศสในปีนี้
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของฝรั่งเศสกว่า 400 นาย พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินโปรยน้ำ เร่งระดมกำลังเข้าควบคุมเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่มีความรุนแรงและมีขนาดปะทุที่ "ใหญ่เป็นพิเศษ" บริเวณฝั่งตะวันตกของป่าฟงแตนโบล (Fontainebleau) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงปารีสไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 60 กิโลเมตร
รายงานล่าสุดระบุว่า เพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 5,000 ไร่ และยังคงไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งนี้ ทันทีที่ทัศนวิสัยเริ่มมืดลง เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงจำเป็นต้องระงับปฏิบัติการทางอากาศชั่วคราว ทำให้เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่ต้องต่อสู้กับเปลวเพลิงตลอดทั้งคืน โดยหวังให้อุณหภูมิที่ลดลงในช่วงค่ำช่วยชะลอการลุกลาม
การส่งเครื่องบินดับเพลิงจากพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งปกติมีอากาศแห้งและร้อนกว่า ขึ้นมาปฏิบัติการในแถบปารีสและภาคเหนือในครั้งนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์ในปัจจุบัน
เหตุไฟป่าดังกล่าวเกิดขึ้นตรงกับช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แรกของฤดูท่องเที่ยวฤดูร้อน และก่อนหน้าวันชาติฝรั่งเศส 14 ก.ค.) ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบคมนาคมขนส่ง โดยทางหลวงสาย A6 ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักเชื่อมต่อระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศ ต้องถูกสั่งปิดการใช้งานบางส่วนเนื่องจากกลุ่มควันหนาทึบและเปลวไฟที่ประชิดขอบทาง ส่วนบริการรถไฟความเร็วสูง TGV สายใต้ต้องหยุดชะงัก ส่งผลให้ผู้โดยสารที่สถานีแกร์ เดอ ลียง ในกรุงปารีส ต้องเผชิญกับการล่าช้านานสูงสุดถึง 6 ชั่วโมง
...
ด้านการอพยพ ประชาชนในหมู่บ้านโวดูเอ และพื้นที่ใกล้เคียงต้องอพยพออกจากที่พักอาศัยอย่างเร่งด่วน โดยชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่า เถ้าถ่านปลิวว่อนไปทั่วชั้นบรรยากาศและสามารถมองเห็นไฟป่าโอบล้อมอยู่ทั้งสองด้านของหมู่บ้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อตั้งแนวป้องกันไม่ให้ไฟลามเข้าสู่ตัวเมือง
ปัจจุบัน พื้นที่ส่วนใหญ่ของฝรั่งเศส รวมถึงภูมิภาคปารีส กำลังอยู่ภายใต้ประกาศเฝ้าระวังภัยคุกคามระดับสีแดง ใน 37 เขต เนื่องจากเผชิญกับคลื่นความร้อนระลอกที่ 3 นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยอุณหภูมิในหลายพื้นที่พุ่งสูงเฉียด 40 องศาเซลเซียส
วิกฤตสภาพอากาศสุดขั้วนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในฝรั่งเศส ทางการต้องสั่งปิดโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ชั่วคราวถึง 3 แห่ง เนื่องจากอุณหภูมิน้ำในแม่น้ำสูงเกินกว่าจะนำมาใช้ระบายความร้อนได้อย่างปลอดภัย ส่วนผู้จัดงานแข่งขันจักรยานทางไกล ตูร์เดอฟร็องส์ (Tour de France) ต้องสั่งตัดลดระยะทางการแข่งขันในสเตจวันอาทิตย์ลง 30 กิโลเมตร เพื่อความปลอดภัยของนักปั่น
นายโลรองต์ นูเญซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ไฟป่าได้เผาทำลายพื้นที่ในฝรั่งเศสไปแล้วรวมกว่า 17,000 เฮกตาร์ และคาดว่าเมื่อรวบรวมตัวเลขทั้งหมดอาจสูงถึง 25,000 เฮกตาร์ ซึ่งนับเป็นความเสียหายที่ "มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 ถึงสองเท่า"
นอกจากในแถบปารีสแล้ว ที่จังหวัดแม็ง-เอ-ลัวร์ (Maine-et-Loire) ทางตะวันตกของประเทศ ก็เกิดเหตุไฟป่าลุกไหม้รุนแรงเช่นกัน โดยเพลิงได้เผาวอดพื้นที่การเกษตรและป่าไม้ไปแล้วราว 1,875 ไร่ ส่งผลให้บ้านพักอาศัย 2 หลัง และรถบ้านอีก 3 หลังถูกทำลาย รวมถึงสร้างความเสียหายต่อสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 200 นายพร้อมเกษตรกรในพื้นที่ได้ร่วมมือกันสกัดเพลิงจนสถานการณ์เริ่มทรงตัวในช่วงดึก และยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต.