สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นระลอกที่ 4 ในรอบสัปดาห์เดียว ตามคำสั่งของโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่าทำเพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค. 2569 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมแล้ว หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วอชิงตันกับเตหะรานโจมตีตอบโต้กันหลายครั้ง จนทำให้ข้อตกลงหยุดยิงอยู่ในภาวะใกล้พังทลาย ขณะที่ความหวังว่าทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงยุติสงครามก็ยิ่งริบหรี่

“เมื่อเวลา 17.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของวันนี้ กองกำลังบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม เพื่อลดทอนขีดความสามารถของพวกเขาในการโจมตีลูกเรือพลเรือนและเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเสรีอย่างต่อเนื่อง” กองกำลังบัญชาการกลางสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน X

CENTCOM บอกด้วยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ “สั่งการให้มีการโจมตีเพื่อให้อิหร่านรับผิดชอบต่อการกระทำของตน”

นาวาเอก ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกของ CENTCOM เปิดเผยว่า ในช่วงหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงโจมตีเรือพาณิชย์ที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซหลายลำ ซึ่งจนถึงขณะนี้ เครื่องบินรบของสหรัฐฯ สามารถยิงสกัดขีปนาวุธร่อนและโดรนพลีชีพของอิหร่านได้สำเร็จ

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว IRIB สื่อทางการของอิหร่านรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วจังหวัดฮอร์โมซกัน (Hormozgan) ทางตอนใต้ของอิหร่าน ในช่วงดึกวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น

มีรายงานเหตุระเบิดในพื้นที่เมืองจาสก์ (Jask), เกาะเกชม์ (Qeshm), เมืองบันดาร์อับบาส (Bandar Abbas) และเมืองสิริก (Sirik) ภายในจังหวัดดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่ายังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน

...

“สืบเนื่องจากการโจมตีระลอกล่าสุดของสหรัฐฯ ในหลายพื้นที่ของจังหวัด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตที่เป็นพลเรือน รวมถึงไม่มีความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของที่อยู่อาศัยหรือเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด” สำนักงานประชาสัมพันธ์ของผู้ว่าราชการจังหวัดฮอร์โมซกันระบุ

นอกจากนี้ สำนักข่าว IRIB ยังรายงานแยกอีกฉบับว่า “ตามรายงานในเบื้องต้น การโจมตีในค่ำคืนนี้พุ่งเป้าไปที่เสาส่งสัญญาณโทรคมนาคม” ในเมืองสิริก พร้อมระบุเสริมว่า “เป็นจุดเดียวกันกับที่เคยถูกโจมตีไปแล้วก่อนหน้านี้”


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cnn