เกาหลีใต้ออกประกาศเตือนคลื่นความร้อน "ระดับร้ายแรง" เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เริ่มใช้ระบบแจ้งเตือนใหม่เมื่อเดือนมิถุนายน หลังอุณหภูมิในเมืองคยองซานและโพฮังพุ่งเฉียด 40 องศาเซลเซียส ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขเตือนคลื่นความร้อนอาจเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิต โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

ทางการเกาหลีใต้ได้ประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับ "รุนแรงขั้นวิกฤต" ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นครั้งแรก สำหรับพื้นที่เมืองคยองซาน และเมืองโพฮัง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ภายใต้ระบบเตือนภัยรูปแบบใหม่ที่เพิ่งเริ่มนำมาใช้เมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัดอย่างสุดขั้ว

รายงานระบุว่า คำเตือนภัยระดับสูงสุดนี้มีผลบังคับใช้ในทั้งสองเมืองตั้งแต่เวลา 10:00 น. ของวันนี้ (12 ก.ค.) หลังจากวันก่อนหน้านี้ อุณหภูมิในเมืองคยองซานพุ่งสูงถึง 39.9 องศาเซลเซียส และเมืองโพฮังพุ่งแตะ 37.2 องศาเซลเซียส ขณะที่การพยากรณ์อากาศคาดว่าอุณหภูมิในวันอาทิตย์นี้จะยังคงพุ่งสูงถึง 39 องศาเซลเซียสในทั้งสองพื้นที่

สำหรับระบบเตือนภัยคลื่นความร้อนรูปแบบใหม่นี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ได้เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเกณฑ์การประกาศเตือนภัยระดับ "รุนแรงขั้นวิกฤต" จะเกิดขึ้นเมื่อคาดการณ์ว่าอุณหภูมิสูงสุดประจำวันจะแตะ 39 องศาเซลเซียสขึ้นไป ในพื้นที่ที่มีดัชนีความร้อนสูงตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปติดต่อกันอย่างน้อย 2 วัน

สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KDCA) ได้ออกแถลงการณ์เร่งด่วนเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งและปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรคจากความร้อนอย่างเคร่งครัด พร้อมอธิบายว่า คลื่นความร้อนไม่เพียงแต่ทำให้เกิดโรคลมแดด หรือภาวะเพลียแดดเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้โรคประจำตัวของผู้ป่วยแย่ลง เช่น โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคไต ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและอัตราการเสียชีวิต

...

ทางหน่วยงานเน้นย้ำว่า ภายใต้คำเตือนภัยระดับรุนแรงนี้ แม้แต่ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็สามารถเกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรงจากความร้อนได้เช่นกัน โดยในพื้นที่ที่มีการประกาศเตือนภัย ทางการเตือนประชาชนควรระงับหรือเลื่อนกิจกรรมต่างๆ เช่น การทำงานในนาข้าวและไร่นาสวนเกษตร, การทำงานในเขตก่อสร้าง, การเล่นกีฬาและกิจกรรมหรือจัดงานอีเวนต์กลางแจ้งทั้งหมด พร้อมแนะนำให้ย้ายไปยังสถานที่ที่เย็นกว่า เช่น ในร่ม เงาไม้ หรือศูนย์พักพิงคลายร้อน และพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงคอยหมั่นตรวจเช็กสุขภาพของสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนบ้านใกล้เคียง

จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังของแผนกฉุกเฉินประจำสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี ซึ่งร่วมมือกับห้องฉุกเฉินกว่า 520 แห่งทั่วประเทศ ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 10 ที่ผ่านมา มียอดผู้ป่วยสะสมจากโรคที่เกิดจากความร้อนแล้ว 535 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่คาดว่าเกิดจากสาเหตุนี้แล้ว 2 ราย

เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สภาพอากาศร้อนจัดที่ลากยาวส่งผลให้ความเสียหายเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยตลอดทั้งปีมีผู้ป่วยจากความร้อนสูงถึง 4,460 ราย และเสียชีวิต 29 ราย ซึ่งราว 30% ของผู้ป่วย และ 35% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด กระจุกตัวอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 10 วัน ระหว่างวันที่ 20 ถึง 31 กรกฎาคมเท่านั้น

ผลการวิเคราะห์ผลกระทบทางสุขภาพยังพบว่า เมื่อดัชนีความร้อนแตะระดับ 38 องศาเซลเซียส จะส่งผลต่อประชากรในสัดส่วนที่ต่างกัน เช่นกลุ่มอายุต่ำกว่า 65 ปี ความเสี่ยงในการเสียชีวิตโดยรวมเพิ่มขึ้น 4% และความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น 7% ส่วนกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงในการเสียชีวิตโดยรวมพุ่งสูงถึง 19% และความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น 14% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุดต่อคลื่นความร้อน

นายอิม ซึงกวาน กรรมาธิการสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี กล่าวทิ้งท้ายว่า "เมื่อมีการประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับรุนแรงขั้นวิกฤต แม้แต่คนที่มีร่างกายแข็งแรงก็สามารถได้รับผลกระทบรุนแรงได้ ดังนั้น ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้พิการ และผู้ที่มีโรคประจำตัว จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ" พร้อมแนะนำให้ประชาชนดื่มน้ำบ่อยๆ แม้ว่าจะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม.


ที่มา Yonhap / CHOSUNBIZ