(ภาพจาก Badru KATUMBA / AFP)


ทางการยูกันดาเปิดเผยว่า มีประชาชนเสียชีวิตจากภาวะอดอยากในประเทศแล้วอย่างน้อย 16 ศพ หลังจากภัยแล้งที่ยาวนานทำลายผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านจนหมด

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 ก.ค. 2569 รัฐบาลยูกันดาเปิดเผยว่า มีประชาชนอย่างน้อย 16 รายเสียชีวิตจากความหิวโหยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในภูมิภาคคาราโมจา (Karamoja) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เนื่องจากเผชิญกับภัยแล้งที่ยาวนาน

บรรดาเกษตรกรระบุว่า พวกเขาต้องสูญเสียผลผลิตทางการเกษตรไปทั้งหมด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีฝนตกน้อยมากหรือไม่มีฝนตกเลยนับตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลเพาะปลูก

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ปัญหาการขาดแคลนอาหารที่เกิดขึ้นซ้ำซากในภูมิภาคนี้ มีสาเหตุมาจากความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝนที่น้อยเกินไป การตัดไม้ทำลายป่า การเลี้ยงสัตว์มากเกินไปจนทำลายทุ่งหญ้า และศัตรูพืช ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ร่วมกันทำให้ชุมชนต่าง ๆ ต้องตกอยู่ในภาวะเปราะบางต่อความหิวโหยมากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรี โรบินาห์ นับบันจา กล่าวว่า หลายพันครัวเรือนต้องตกอยู่ในสภาพไม่มีอาหารประทังชีวิต เนื่องจากช่วงเวลาที่แห้งแล้งได้ทำลายพืชผลจนหมดสิ้น โดยสำนักงานของเธอจะยื่นขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในวันจันทร์นี้ เพื่อจัดซื้อสิ่งของบรรเทาทุกข์เพิ่มเติมสำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ภาพพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด ข้าวฟ่าง และถั่วเหลืองขนาดใหญ่ในภูมิภาคคาราโมจา ยืนต้นแห้งเหี่ยว ทำลายความหวังของชาวบ้านที่จะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างอุดมสมบูรณ์ลงอย่างสิ้นเชิง

ผู้เชี่ยวชาญต่างเรียกร้องให้มีการพยากรณ์อากาศที่ดีขึ้น รวมถึงการลงทุนในระบบชลประทานและพืชพันธุ์ที่ทนแล้ง

...

พื้นที่กึ่งแห้งแล้งทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูกันดา เคยประสบกับวิกฤตการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรงเช่นนี้มาก่อน โดยรายงานจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่า ในปี 2565 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,200 ศพ จากการอดอยากและโรคแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูกันดา

แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ เฮนรี โอเคลโล โอเรียม รัฐมนตรีต่างประเทศในขณะนั้น เรียกผู้ที่เสียชีวิตจากความหิวโหยว่าเป็นพวก “โง่เง่า” อ้างว่ายูกันดามีสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยและมีผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ ดังนั้นประชาชนจึงควรจะสามารถปลูกอาหารกินเองได้


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc