สส.เดโมแครตจากสหรัฐฯ ถูกชาวอิสราเอลติดอาวุธ คุมตัวเอาไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ระหว่างเดินทางเยือนเขตเวสต์แบงก์ ก่อนที่เขากับผู้ช่วยจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อตำรวจเข้าแทรกแซง
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2569 นาย โร คันนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต วัย 49 ปี เปิดเผยว่า เขาถูกกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลที่มีอาวุธครบมือ ควบคุมตัวเป็นเวลา 90 นาที ระหว่างที่เขาเดินทางเยือนเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งถูกอิสราเอลยึดครอง
นายคันนาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (8 ก.ค.) เขาและทีมงานนั่งอยู่ในรถตู้ตอนที่ถูกกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานซึ่งถือปืนไรเฟิล M4 เข้าล้อมไว้ ระหว่างการไปเยือนซากปรักหักพังของหมู่บ้านเคอร์เบ็ต ซานูตา (Khirbet Zanuta) ในภารกิจค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อดูผลกระทบจากการยึดครองพื้นที่ของอิสราเอล
“พวกเราอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งถูกกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลทำลาย พวกเขาทำลายโรงเรียน พวกเขาทำลายหมู่บ้านนั้น และพวกเราก็แค่กำลังเดินดูอยู่” นายคันนาระบุผ่าน X
...
“แล้วพวกอันธพาลเหล่านี้ก็เข้ามาพร้อมกับปืนกล — M4 ซึ่งเป็นปืนกลที่ผลิตในอเมริกา — และพวกเขาก็กักตัวเราไว้ พวกเขาปิดกั้นถนน จากนั้นพวกเขาก็โทรเรียก IDF (กองกำลังป้องกันอิสราเอล) และ IDF ก็อยู่ข้างพวกเขา ไม่ใช่ข้างคนอเมริกัน”
อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลระบุในแถลงการณ์ว่า ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าดำเนินการหลังจากได้รับรายงานว่ามีกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานปิดกั้นยานพาหนะในพื้นที่ดังกล่าว “เมื่อเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ได้สลายกลุ่มพลเรือนอิสราเอลและอนุญาตให้ยานพาหนะเดินทางต่อไปได้”
ด้านผู้ช่วยที่ร่วมเดินทางไปกับนายคันนาเปิดเผยว่า ในระหว่างที่ถูกกักตัว พวกเขาได้ร้องขอความช่วยเหลือไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงเยรูซาเลม และได้รับการปล่อยตัวหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มหนึ่งเข้ามาแทรกแซง
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เข้ายึดครองเขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเลมตะวันออก อิสราเอลสร้างนิคมสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานราว 160 แห่ง เป็นที่อยู่อาศัยของชาวผู้มีเชื้อสายยิวราว 700,000 คน ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากนานาประเทศ เนื่องจากเวสต์แบงก์เป็นดินแดนที่ชาวปาเลสไตน์ต้องการร่วมกับฉนวนกาซาเพื่อตั้งเป็นรัฐในอนาคต
นอกจากนั้น การสร้างนิคมสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานเหล่านี้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศด้วย แต่อิสราเอลเพิกเฉยมาตลอด
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc