ไต้ฝุ่น "บาหวี่"  ซึ่งคาดว่าจะเป็นพายุที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พัดเข้าใกล้ไต้หวันในรอบกว่า 30 ปี ทำให้เกิดฝนตกหนักจนดินถล่มในฟิลิปปินส์ คร่าชีวิตอย่างน้อย 15 ราย สูญหายอีก 6 คน ขณะที่ไต้หวันเร่งอพยพประชาชนกว่า 2,000 คน ปิดโรงเรียน ยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยว และเตรียมกำลังทหารรับมือ

อิทธิพลร่องมรสุมจากพายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" ทำให้เกิดดินถล่มทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 ศพ สูญหายอีก 6 ราย ขณะที่ไต้หวันและเกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่นสั่งปิดโรงเรียน-ยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก พร้อมอพยพประชาชนกว่า 2,000 คน 

ทางการฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า อิทธิพลพายุฝนสะสมจากพายุลูกนี้ได้ทำให้เกิดเหตุดินถล่มรุนแรงถึง 2 ระลอก บนเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้วอย่างน้อย 15 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีก 6 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหาอย่างเร่งด่วน

ที่เมืองมาลาปาตัน จังหวัดซารังกานี ดินถล่มทับบ้านหลังหนึ่งซึ่งมีสองครอบครัวนอนหลับอยู่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังค้นหาผู้สูญหายอีก 2 คนจากเหตุดินถล่มในหมู่บ้านบลีซอง ฟุนเดา ขณะที่ประมาณ 100 ครอบครัวจากเมืองเดียวกันถูกอพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วมก่อนรุ่งสาง ในขณะเดียวกัน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน และสูญหายอีก 6 คน จากเหตุดินถล่มในเมืองคาลาโนกัส จังหวัดลาเนาเดลซูร์ 

เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังไม่สามารถระบุจำนวนบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากดินถล่มในหมู่บ้านงิงกีร์ ซึ่งทำให้ถนนบางสายไม่สามารถสัญจรได้ ก่อนหน้านี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติฟิลิปปินส์ เตือนว่าคาดว่าจะมีฝนตกปานกลางถึงหนักในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ รายงานระบุว่า น้ำท่วมรุนแรงอาจทำให้ต้องมีการอพยพประชาชน สร้างความเสียหายต่อภาคเกษตรกรรม บ้านเรือน และโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้การเรียนการสอนและการทำงานต้องหยุดชะงัก การเดินทางทางบก ทางทะเล และทางอากาศหยุดชะงัก และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจากน้ำและแมลงพาหะ เช่น โรคเลปโตสไปโรซิสและไข้เลือดออก นอกจากนี้ ดินถล่มที่เกิดจากฝนตกหนักอาจทำให้บ้านพัง หินถล่ม และถนนถูกปิดกั้นในพื้นที่ภูเขาได้

...

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันรายงานว่า พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ได้ลดระดับความรุนแรงลงเล็กน้อยหลังจากเคลื่อนผ่านเกาะกวม โดยปัจจุบันมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกแรงถึง 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือพายุลูกนี้มีรัศมีลมแรงกว้างถึง 380 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นพายุไต้ฝุ่นที่มีขนาดรัศมีใหญ่ที่สุดที่พัดถล่มไต้หวันในรอบกว่า 30 ปี

ทางการไต้หวันสั่งปิดโรงเรียน สถานที่ราชการ และธุรกิจห้างร้านเกือบทั้งหมดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออก พร้อมทั้งยกเลิกเที่ยวบินอีกหลายร้อยเที่ยวบิน นอกจากนี้ยังมีการสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 2,000 คน โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาอันตรายอย่างเมืองฮัวเหลียน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังเขื่อนกั้นน้ำธรรมชาติอย่างใกล้ชิดเนื่องจากคาดว่าพายุจะเทฝนลงมาหนักสูงถึง 1,000 มิลลิเมตร ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม

ที่เมืองจีหลง เมืองท่าทางตอนเหนือซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด ประชาชนแห่ออกไปซื้อของกักตุนกันอย่างเนืองแน่น พ่อค้าแม่ค้าและชาวประมงเร่งนำกระสอบทรายมาวางกั้นหน้าร้าน นำตาข่ายมาผูกยึดสิ่งของ และผูกเชือกคลุมเทวรูปกลางแจ้งเพื่อป้องกันแรงลม ขณะที่ทางการเตือนให้ประชาชนอยู่ห่างจากชายฝั่งเนื่องจากคาดว่าจะมีคลื่นสูงถึง 9 เมตร

ด้านประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้ออกแถลงการณ์กระตุ้นให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังขั้นสูงสุด โดยสั่งการให้กองทัพเตรียมกำลังพลมากกว่า 28,000 นาย พร้อมเครื่องจักรและยานพาหนะกู้ภัยสแตนบายรอรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

ไม่เพียงแต่ไต้หวันเท่านั้น บนหมู่เกาะซากิชิมะ และเกาะโอกินาวาทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ก็เริ่มได้รับผลกระทบแล้ว โรงเรียนและสำนักงานบางส่วนถูกสั่งปิดชั่วคราว ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางน้ำระบุว่า ยอดจองห้องพักและกิจกรรมช่วงสุดสัปดาห์ถูกยกเลิกทั้งหมด ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมาก

ตามเส้นทางพยากรณ์ หลังจากพายุไต้ฝุ่นบาหวี่เคลื่อนผ่านเกาะทางใต้ของญี่ปุ่นและเฉียดตอนเหนือของไต้หวันแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ฝั่งตะวันออกของประเทศจีนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะซ้ำเติมสถานการณ์น้ำท่วมในจีนที่กำลังวิกฤต หลังจากเผชิญพายุฝนถล่มอย่างหนักในสัปดาห์นี้จนมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 39 ศพ และมีเขื่อนอ่างเก็บน้ำแตกไปแล้วหนึ่งแห่ง

นักวิทยาศาสตร์จากหน่วยบริการทางทะเลโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรป ระบุว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิในมหาสมุทรเพิ่มสูงขึ้นทุบสถิติ ประกอบกับการกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญ ในปีนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งให้พายุหมุนเขตร้อนทวีความรุนแรงได้อย่างรวดเร็วและกักเก็บความชื้นมหาศาล จนกลายเป็นพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงและสร้างความเสียหายในวงกว้างอย่างที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้.


ที่มา AFP / ABS-CBN