"พรมผนังบาเยอ" (Bayeux Tapestry) โบราณวัตถุล้ำค่าที่บันทึกเหตุการณ์การพิชิตอังกฤษของชาวนอร์มันในปี ค.ศ.1066 ออกเดินทางจากฝรั่งเศสถึงสหราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกในรอบ 900 ปี ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ก่อนจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์บริติชมิวเซียมในเดือนกันยายน ท่ามกลางทั้งความตื่นเต้นของชาวอังกฤษ จนทุบสถิติตั๋วเข้าชมล่วงหน้าทะลุ 1 แสนใบในวันเดียว

"พรมผนังบาเยอ" (Bayeux Tapestry) ผลงานศิลปะผ้าปักอายุกว่า 900 ปีที่มีความสำคัญระดับโลก ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อเวลา 02:50 น. ตามเวลาท้องถิ่นวันนี้ (10 ก.ค.) โดยมีการขนส่งอย่างลับๆ จากทางตอนเหนือของฝรั่งเศสและได้รับการอารักขาโดยกองกำลังตำรวจอย่างเข้มงวดตลอดเส้นทาง เพื่อเตรียมเปิดฉายให้สาธารณชนเข้าชมในนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่เดือนกันยายนนี้

กล่องบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่ล้อมด้วยโครงอลูมิเนียมถูกเคลื่อนย้ายลงจากรถบรรทุกเข้าสู่ห้องจัดเก็บของพิพิธภัณฑ์บริติชมิวเซียม ท่ามกลางสายตาของบุคคลสำคัญที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน รวมถึงเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำสหราชอาณาจักร และนายเนก คัลลิแนน ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์บริติชมิวเซียม ซึ่งกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า "เราเพิ่งได้ร่วมเป็นพยานในสิ่งที่ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง นี่คือการกลับคืนสู่ประเทศอังกฤษครั้งแรกในรอบเกือบพันปีของพรมผนังบาเยอ มันเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจมาก"

พรมผนังบาเยอ เป็นผ้าลินินความยาว 70 เมตร ที่ใช้ไหมพรมหลากสีสันปักลวดลายอย่างประณีตในศตวรรษที่ 11 โดยแบ่งออกเป็น 58 ฉาก ประกอบด้วยตัวละคร 626 ตัว ที่มีผู้หญิงเพียง 6 คนเท่านั้น ม้า 202 ตัว ตลอดจนเรือ ดาบ และลูกธนู

ผลงานชิ้นนี้บอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญก่อนนำไปสู่ "ยุทธการที่เฮสติงส์" (Battle of Hastings) และการพิชิตอังกฤษของชาวนอร์มัน (Norman Conquest) ในปี 1066 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่พลิกโฉมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภาษาของอังกฤษไปตลอดกาล โดยทำให้เกิดคำศัพท์ภาษาฝรั่งเศสจำนวนมากในภาษาอังกฤษปัจจุบัน เช่นคำว่า law, parliament, justice, mutton และ beef ทั้งยังเปลี่ยนทิศทางการเมืองของอังกฤษจากเดิมที่ผูกพันกับแถบสแกนดิเนเวีย ให้หันเข้าสู่การเมืองในยุโรปภาคพื้นทวีปแทน

...

มิลลี่ ฮอร์ตัน-อินส์ช  ภัณฑารักษ์ประจำนิทรรศการ ระบุว่า การที่พรมผนังผืนนี้รอดพ้นจากภัยจากหนู มอด ความชื้น เชื้อรา และไฟป่ามาได้ยาวนานกว่า 900 ปี ถือเป็น "ปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง"

เนื่องจากพรมผนังผืนนี้มีความเปราะบางและมีมูลค่าทางประวัติศาสตร์ที่ประเมินค่าไม่ได้ การขนส่งจึงถูกออกแบบมาอย่างประณีต ตัวผ้าถูกจัดเก็บในกล่องที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอย่างเข้มงวด จากนั้นจึงสวมทับด้วยโครงกรงเหล็กภายนอกที่มีระบบสปริงช่วยดูดซับแรงกระแทก เพื่อป้องกันการสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนน โดยก่อนการเดินทางจริง เจ้าหน้าที่ได้ทำการ "ซ้อมวิ่ง" ถึงสองครั้งด้วยผ้าปักจำลองเพื่อวัดค่าแรงสั่นสะเทือนตลอดเส้นทางผ่านอุโมงค์ยูโรทันเนล

ก่อนหน้านี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความกังวลให้แก่นักอนุรักษ์ในฝรั่งเศสบางกลุ่มที่มองว่าการเคลื่อนย้ายวัตถุโบราณที่มีความเปราะบางเช่นนี้ ไกลกว่า 560 กิโลเมตร เป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไป และมีผู้ร่วมลงชื่อคัดค้านโดยเรียกว่าเป็น "อาชญากรรมทางมรดกวัฒนธรรม" รวมถึงเดวิด ฮ็อกนีย์ ศิลปินชื่อดังชาวอังกฤษผู้ล่วงลับที่เคยแสดงความเห็นไว้ก่อนเสียชีวิตว่าไม่ควรเสี่ยงย้ายผ้าผืนนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์บริติชมิวเซียมย้ำว่า ทางพิพิธภัณฑ์ไม่มีทางทำอะไรที่จะทำให้วัตถุโบราณในความดูแลต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน

การให้หยิบยืมพรมผนังบาเยอเป็นเวลา 9 เดือนในครั้งนี้ เป็นข้อตกลงที่บรรลุร่วมกันระหว่างประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และนายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่อปีที่ผ่านมา โดยประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่พิพิธภัณฑ์ในเมืองบายอ แคว้นนอร์มังดี ซึ่งเป็นที่จัดแสดงผ้าผืนนี้มาตั้งแต่ปี 1983 ปิดปรับปรุงพอดี โดยประธานาธิบดีมาครงระบุว่านี่คือ "สัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจ และการแสดงออกถึงมิตรภาพอันยาวนานในการสร้างอนาคตร่วมกันของสองประเทศ"

ขณะที่ฝั่งอังกฤษได้ส่งมอบสิ่งของล้ำค่าเป็นการแลกเปลี่ยน เช่น สมบัติจากสุสานโบราณซัตตันฮู และหมากรุกเลวิส อันโด่งดังไปให้ฝรั่งเศสจัดแสดงชั่วคราวด้วยเช่นกัน

นายจอร์จ ออสบอร์น ประธานคณะกรรมการบริหารพิพิธภัณฑ์บริติชมิวเซียม กล่าวว่า นิทรรศการนี้จะเป็นนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในยุคนี้ เปรียบได้กับงานแสดงสมบัติตุตันคาเมนหรือกองทัพทหารดินเผาในอดีต ซึ่งความตื่นตัวของประชาชนส่งผลให้ตั๋วเข้าชมถูกจำหน่ายไปได้ทุบสถิติถึง 100,000 ใบตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย โดยทางพิพิธภัณฑ์จะจัดแสดงผ้าผืนนี้ในแนวราบ และทำทางเดินลอยฟ้า เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถมองเห็นภาพรวมของพรมผนังความยาว 70 เมตรทั้งหมดได้พร้อมกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจสอบสภาพผ้าอย่างละเอียดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้.


ที่มา BBC