อิหร่านทำพิธีฝังศพ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดแล้ว ที่วิหารในเมืองบ้านเกิด สิ้นสุดพิธีศพที่ดำเนินมานาน 6 วัน โดยไม่มีการปรากฏตัวของผู้นำสูงสุดคนใหม่ ซึ่งยังไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะเลย
เมื่อวันพฤหัสบดี 9 ก.ค. 2569 อิหร่านได้ทำพิธีฝังศพของ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของประเทศแล้ว หลังจากถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อกว่า 4 เดือนก่อน ในขณะที่สหรัฐฯ กับอิหร่าน กลับมาโจมตีตอบโต้กันระลอกใหม่ จนเกิดความกังวลว่า สงครามเต็มรูปแบบจะกลับมาปะทุอีกครั้ง
ท่ามกลางบรรยากาศอันโกลาหล โลงศพของคาเมเนอีถูกเคลื่อนเข้าสู่วิหาร “อิหม่าม เรซา” (Imam Reza) ในเมืองมัชฮัด ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาทางตะวันออกของอิหร่าน โดยมีฝูงชนจำนวนมหาศาลเฝ้ารออยู่ด้านนอกเพื่อรับฟังการสวดมนต์ ทว่ายังคงไม่มีวี่แววของ โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายและผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา
...
พิธีฝังร่างของคาเมเนอีในเมืองมัชฮัดบ้านเกิดของเขา ถือเป็นวันสุดท้ายของพิธีศพที่ดำเนินมาอย่างยาวนานต่อเนื่องถึง 6 วัน โดยพิธีนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อมองหาร่องรอยของ โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของเขา ซึ่งยังไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณชนเลยนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้ง
ภาพจากสถานีโทรทัศน์ของรัฐเผยให้เห็นว่า นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าผู้แทนเจรจาในเวทีพูดคุยกับสหรัฐฯ, นายโกลัมฮอสเซน โมห์เซนี เอเจอี ประธานศาลฎีกาผู้ทรงอิทธิพล และ มอสตาฟา คาเมเนอี บุตรชายคนโตของคาเมเนอี ต่างเข้าร่วมในพิธี
ทว่า เช่นเดียวกับวันอื่น ๆ ของการดำเนินพิธีศพ กลับไร้วี่แววของ โมจตาบา คาเมเนอี ซึ่งนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ เขาสื่อสารผ่านแถลงการณ์ที่เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และมีกระแสข่าวว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งเป็นครั้งที่สังหารบิดาของเขาพร้อมกับสมาชิกในครอบครัว
ทั้งนี้ พิธีฝังศพของคาเมเนอี เกิดขึ้นในวันที่ 2 ของการโจมตีตอบโต้อย่างดุเดือดระหว่างสองประเทศคู่ปรับตลอดกาล โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านรายงานว่าการโจมตีของสหรัฐฯ คร่าชีวิตผู้คนไป 17 ราย ขณะที่จุดที่ถูกโจมตีรวมถึง เส้นทางรถไฟระหว่างเตหะรานกับเมืองมัชฮัด และมีจรวดไปในพื้นที่รอบนอกของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อิหร่านด้วย
ส่วนฝ่ายอิหร่าน เปิดฉากโจมตีมุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินและฐานทัพของสหรัฐฯ ในคูเวต บาห์เรน และกาตาร์ อีกทั้งเสียงไซเรนเตือนภัยยังดังระงมในจอร์แดน ซึ่งเป็นพันธมิตรอีกรายของสหรัฐฯ โดยกองทัพจอร์แดนแถลงว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงมาจากอิหร่านได้ 8 ลูก
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna