จำนวนผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโก เพิ่มเป็น 600 ศพแล้ว ขณะที่กรมควบคุมโรคแห่งแอฟริกาเผยว่า นี่เป็นการระบาดของอีโบลาครั้งที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยเจอมา
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ก.ค. 2569 ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ถือเป็นการระบาดที่ “เติบโตรวดเร็วที่สุด” เท่าที่เคยมีมา ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 600 ศพแล้ว
ตัวเลขล่าสุดที่เผยแพร่โดย WHO แสดงให้เห็นว่า มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันผลแล้วจำนวน 1,759 รายในดีอาร์คองโก นับตั้งแต่มีการประกาศการระบาดของไวรัสอีโบลาเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้ว 600 ราย
“นี่เป็นการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาที่เติบโตรวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่เพียงแต่ในบรรดาการระบาดของสายพันธุ์บันดิบูเกียว (Bundibugyo) ครั้งก่อน ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงไวรัสสายพันธุ์อื่น ๆ ทั้งหมดที่ทำให้เกิดโรคอีโบลาด้วย” เวสซาม มานคูลา หัวหน้าฝ่ายเตรียมพร้อมและการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินของ Africa CDC กล่าว
นายมานคูลาเผยต่อว่า การระบาดของอีโบลาครั้งที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ (ปี 2013-2016 ในแอฟริกาตะวันตก) มีผู้ป่วย 994 รายในช่วง 6 สัปดาห์แรก แต่ในระลอกปัจจุบันมีผู้ป่วยถึง 1,596 รายในช่วงเวลาเท่ากัน
“น่าเสียดายที่ไวรัสตัวนี้ยังคงก้าวล้ำหน้ามาตรการรับมือของเรา มันเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าการจัดสรรทรัพยากรเพื่อเข้าไปควบคุมสถานการณ์” มานคูลากล่าว พร้อมเสริมว่ามีการประเมินว่า จำนวนผู้ติดเชื้ออาจเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในทุก ๆ 28 วัน และจำเป็นต้องใช้งบประมาณถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรับมือการระบาดและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
...
ทั้งนี้ ไวรัสอีโบลาแพร่กระจายผ่านการสัมผัสอย่างใกล้ชิดและผ่านทางสารคัดหลั่งจากร่างกายผู้ติดเชื้อ โดยการระบาดในปัจจุบันเกิดจากสายพันธุ์บันดิบูเกียว ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ยากและยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาใด ๆ ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และเชื่อกันว่าไวรัสแพร่กระจายมาระยะหนึ่งแล้วก่อนถูกตรวจพบ
องค์การอนามัยโลกในดีอาร์คองโกเผยว่า การระบาดในครั้งนี้มีอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย (Case fatality rate) อยู่ที่ร้อยละ 34 โดยปัจจุบันมีผู้ป่วยในดีอาร์คองโกที่ได้รับการรักษาหายรวม 285 ราย ขณะที่มีผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีโบลาแต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอีก 304 ราย
อนึ่ง การระบาดของอีโบลาระลอกปัจจุบัน คือการระบาดครั้งที่ 17 ที่ดีอาร์คองโกเผชิญ โดยได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พ.ค. หลังจากมีผู้เสียชีวิตหลายรายในจังหวัดอิตูรี (Ituri) ก่อนที่เชื้อจะเริ่มแพร่กระจายไปในอีก 3 จังหวัดใกล้เคียง แต่การระบาดส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ที่จังหวัดอิตูรี
ขณะนี้มีการเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อมากกว่า 10,000 ราย โดยมีอัตราการติดตามผลอยู่ที่ร้อยละ 82 อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกเชื่อว่าจำเป็นต้องมีอัตราการติดตามผลสูงถึงร้อยละ 95 จึงจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างอยู่หมัด
ขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการ (ห้องแล็บ) ได้รับการยกระดับขึ้น จากเดิมที่ตรวจได้เพียง 30 ตัวอย่างต่อวันในเมืองหลวงกินชาซา เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2,000 ตัวอย่างในห้องแล็บส่วนท้องถิ่นที่กระจายอยู่ตามจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ
ปัจจัยหลักที่ทำให้การระบาดของอีโบลาครั้งนี้แพร่กระจายเร็วและควบคุมยากคือ การเคลื่อนย้ายของประชากร, สถานการณ์ความไม่สงบที่ยังคงยืดเยื้อ และความเปราะบางของระบบสาธารณสุข
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna