อินเดียผลักดันนโยบายพลังงานสะอาด กำหนดให้น้ำมันเบนซิน E20 เป็นเชื้อเพลิงมาตรฐานที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ หวังลดนำเข้า แต่กระแสตีกลับ ผู้ใช้รถโวยรถกินน้ำมัน เครื่องยนต์เสี่ยงพัง

รัฐบาลอินเดียเริ่มผสมเอทานอลในน้ำมันเบนซินมาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2000 เพื่อหวังลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและข้าวโพด ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านครั้งล่าสุดถือว่าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอินเดียเพิ่มสัดส่วนเอทานอลจาก 10% ในปี 2565 เป็น 20% ในปี 2568 เร็วกว่าแผนเดิมถึง 5 ปี ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากยังไม่รองรับเชื้อเพลิงชนิดนี้

แม้ว่าน้ำมันเบนซินแบบไม่ผสมเอทานอลจะยังมีจำหน่าย แต่มีราคาสูงกว่า E20 ราว 40-50% แล้วแต่พื้นที่ อีกทั้งผู้ใช้รถจำนวนมากไม่ทราบว่าสามารถเลือกเติมน้ำมันชนิดดังกล่าวได้

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้ใช้รถจำนวนมากได้โพสต์ร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่าหลังใช้น้ำมัน E20 รถมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น เครื่องยนต์มีกำลังลดลง และต้องเข้าศูนย์บริการบ่อยขึ้น

ล่าสุด กลุ่มผู้ใช้รถได้รวมตัวประท้วงในกรุงนิวเดลี กล่าวหารัฐบาลว่าเร่งบังคับใช้นโยบายโดยไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีทางเลือก พร้อมระบุว่าต้องแบกรับค่าซ่อมบำรุงที่สูงขึ้น

ด้านรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าข้อร้องเรียนจำนวนมากเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมระบุว่าน้ำมัน E20 ผ่านการทดสอบอย่างละเอียดและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องยนต์

ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของอินเดีย 6 บริษัท ยังออกมาสนับสนุนจุดยืนของรัฐบาล โดยเปิดเผยผลการทดสอบและข้อมูลจากศูนย์บริการที่ไม่พบหลักฐานว่าการใช้น้ำมัน E20 ทำให้เครื่องยนต์เสียหายเป็นวงกว้าง

...

อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตรถยนต์ยอมรับว่า น้ำมัน E20 ทำให้ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันลดลงประมาณ 3-3.5% เนื่องจากเอทานอลมีค่าพลังงานต่ำกว่าเบนซิน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางรายประเมินว่าการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอาจเพิ่มขึ้นถึง 4-12%

นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า ความกังวลส่วนใหญ่อยู่ที่รถรุ่นเก่าซึ่งผลิตก่อนปี 2566 เพราะกว่า 75% ของรถที่ใช้งานอยู่บนท้องถนนในอินเดียยังไม่ได้รับการออกแบบให้รองรับน้ำมัน E20 โดยเฉพาะ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า การใช้งานต่อเนื่องอาจเร่งการสึกหรอของระบบจ่ายเชื้อเพลิง เกิดการกัดกร่อน และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ระบุว่า เอทานอลสามารถดูดซับความชื้นได้มากกว่าเบนซิน จึงอาจทำให้เกิดการกัดกร่อนในระบบเชื้อเพลิงเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน รวมถึงอาจทำให้คราบตะกอนภายในเครื่องยนต์หลุดออกมาและอุดตันปั๊มน้ำมันหรือหัวฉีดได้

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งสามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า น้ำมัน E20 ทำให้เครื่องยนต์เสียหาย หรือยืนยันตามที่รัฐบาลและผู้ผลิตรถยนต์ระบุว่าเชื้อเพลิงดังกล่าวปลอดภัย จึงทำให้ข้อถกเถียงเกี่ยวกับผลกระทบของน้ำมัน E20 ต่อรถยนต์ยังคงดำเนินต่อไปในอินเดีย

แม้จะเผชิญเสียงคัดค้าน แต่รัฐบาลอินเดียยังคงเดินหน้าผลักดันนโยบายเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยมองว่าจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบ เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ท่ามกลางความผันผวนของตลาดน้ำมันโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง.


ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ