โดนัลด์ ทรัมป์ เปรย สหรัฐฯ อาจอนุญาตให้ยูเครนผลิตระบบมิสไซล์ป้องกันทางอากาศ “แพทริออต” ใช้เองได้ เพื่อรับมือการโจมตีของรัสเซียที่ทวีความเข้มข้นขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

เมื่อวันพุธที่ 8 ก.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขาจะหารือแผนการต่างๆ กับประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เพื่อมอบขีดความสามารถให้ยูเครนสามารถผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศ “แพทริออต” (Patriot) ได้ด้วยตนเอง ท่ามกลางการโจมตีอย่างหนักจากรัสเซีย

“ผมคิดว่าหนึ่งในหลายสิ่งที่เรากำลังจะคุยกันคือ อย่างที่คุณรู้ คือเรื่องบริษัทต่าง ๆ—ซึ่งเรามีอำนาจควบคุมอย่างมากเหนือบริษัทเหล่านั้น—บริษัทที่ผลิตระบบแพทริออตและผลิตยุทโธปกรณ์ชั้นยอดทั้งหมด รวมถึงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก และสิ่งเจ๋ง ๆ ทั้งหมดนั้น” ทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมทวิภาคีร่วมกับเซเลนสกี

“เรากำลังจะมอบใบอนุญาต (License) ให้คุณผลิตมันเอง ซึ่งมันยอดเยี่ยมมาก วิธีนี้จะทำให้คุณหมดข้อครหาว่าเราไม่ยอมมอบระบบเหล่านี้ให้” ทรัมป์กล่าว

ต่อมา เมื่อผู้สื่อข่าวถามจี้ในประเด็นที่ว่า ยูเครนจำเป็นต้องใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศนี้อย่างเร่งด่วนในตอนนี้มากกว่าในอนาคต และการพัฒนาสายการผลิตใหม่อาจต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งทรัมป์ตอบกลับว่า “ผมคิดว่าพวกเขาผลิตมันได้ค่อนข้างเร็วเลยล่ะ”

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของเซเลนสกี ยูเครนกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนขีปนาวุธสำหรับระบบแพทริออตอย่างหนัก พร้อมทั้งร้องขอให้พันธมิตรส่งขีปนาวุธเหล่านี้มาเพิ่ม และขอให้สหรัฐฯ มอบใบอนุญาตให้ยูเครนเริ่มดำเนินการผลิตได้เองในประเทศ โดยในปัจจุบัน มีเพียงญี่ปุ่นและเยอรมนีเท่านั้น ที่ได้รับสิทธิ์ในการผลิตระบบแพทริออตภายในประเทศตนเอง

ระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ถือเป็นอาวุธป้องกันภัยทางอากาศเพียงชนิดเดียวที่มีศักยภาพในการยิงสกัดขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic Missiles) ของรัสเซียได้ และการขาดแคลนระบบดังกล่าวส่งผลให้เกิดความสูญเสียถึงชีวิตอย่างรุนแรงในยูเครน

...

การโจมตีของรัสเซียในกรุงเคียฟเมื่อสัปดาห์ก่อน คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 30 ราย และเพียง 4 วันหลังจากนั้น รัสเซียโจมตีเมืองหลวงของยูเครนอีกระลอก ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 19 ราย

กองทัพยูเครนยอมรับว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของพวกเขาไม่สามารถยิงสกัดขีปนาวุธทิ้งตัวของรัสเซียที่ระดมยิงเข้ามาได้เลยในช่วงข้ามคืนจนถึงวันพุธที่ผ่านมา


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cnn