โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่โจมตีเกาะคาร์กและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนของอิหร่านอีกในคืนนี้ ขณะที่สมาชิกสภาของอิหร่านออกมาท้าทาย และประกาศกร้าวว่าจะไม่ให้ทหารอเมริกันรอดกลับไป
เมื่อวันพุธที่ 8 ก.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนของอิหร่าน ระหว่างพูดคุยกับประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน หลังจากก่อนหน้านี้เขาประกาศยุติข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านกลางที่ประชุมสุดยอดผู้นำชาติสมาชิก “นาโต” ที่กรุงอังการา ของตุรกี
“มันอาจจะเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ และมันจะทำลายล้างสิ่งต่าง ๆ ลงอย่างราบคาบ” ทรัมป์กล่าวระหว่างคุยกับเซเลนสกี นอกรอบการประชุมนาโต พร้อมชี้เป้าไปที่โรงไฟฟ้า โดยระบุว่า “เราจะจัดการโรงไฟฟ้าเหล่านั้น ผมไม่อยากทำหรอกนะ แต่ถ้าจำเป็น เราก็ต้องจัดการ”
นอกจากนั้น ทรัมป์ยังพูดถึงโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตน้ำดื่ม “เราจะทำลายมันทิ้งถ้าจำเป็น ผมเกลียดที่จะต้องทำแบบนั้น และนั่นอาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะทำเลยด้วยซ้ำ”
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้เอ่ยชื่อเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญในการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน โดยกล่าวถึงสิ่งที่เขาได้สั่งการกับกองทัพสหรัฐฯ ว่า “เราโจมตีเกาะคาร์กไปเมื่อคืนก่อน ทำลายไปส่วนหนึ่ง ผมบอกพวกเขาว่า ‘อย่าไปแตะต้องน้ำมัน เพราะบางทีเราอาจจะยึดเกาะคาร์ก’ ผมสั่งไปว่า ‘อย่าไปยิงท่อส่งน้ำมัน ให้ถล่มสิ่งอื่น ๆ ให้หมด’ และพวกเขาก็ทำตาม คืนนี้พวกเขาอาจจะโจมตีซ้ำอีกรอบก็ได้”
อีกด้านหนึ่ง บรรดานักการเมืองของอิหร่านต่างพากันออกมาตอบโต้คำขู่ของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าจะโจมตีเกาะคาร์ก
เอบราฮิม เรซาอี โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “มาเลย เรากำลังรอคุณอยู่ และเราขอสัญญาว่าจะไม่มีทหารอเมริกันแม้แต่คนเดียวที่ได้กลับไปแบบมีชีวิต”
...
ด้าน อาลี อัคบาร์ เวลายาติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ออกมาเตือนเกี่ยวกับ “การยกระดับความรุนแรงครั้งล่าสุดนี้” โดยระบุผ่าน X ว่า อิหร่านเคยเตือนไว้แล้วว่า “ภูมิภาคนี้ไม่ใช่พื้นที่สำหรับการเดิมพันทางการเมืองของประเทศเล็กประเทศน้อย” และตอนนี้อิหร่าน “พร้อมที่จะเหนี่ยวไกเพื่อกวาดล้างภูมิภาคนี้ให้สะอาด”
ทั้งนี้ ท่าทีก้าวร้าวของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์บริเวณช่องแคบฮอร์มุสหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ในวันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลเตหะรานก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหารในตะวันออกกลางหลายสิบจุด
ในวันพุธ ทรัมป์กล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ อาจจะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอีกครั้ง เพื่อตอบโต้การโจมตีเรือดังกล่าว โดยมาตรการนี้เคยส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอิหร่านอย่างหนัก ก่อนจะถูกยกเลิกหลังจากทั้งสองฝ่ายทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกัน
ตอนนี้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เพื่อบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม กำลังอยู่ในภาวะชะงักงัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอิหร่านกำลังอยู่ระหว่างการจัดพิธีศพอดีตผู้นำสูงสุดที่ถูกสหรัฐฯ กับอิสราเอลสังหาร โดยสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นในขณะนี้ ทำให้อนาคตของการเจรจาไม่แน่นอนยิ่งขึ้นไปอีก
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn