รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟด้วยขีปนาวุธและโดรนเป็นครั้งที่ 3 ในรอบไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย และบาดเจ็บหลายราย ท่ามกลางการขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นจากสหรัฐฯ ก่อนการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี นอกรอบการประชุมสุดยอดนาโต
รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน อีกครั้งในช่วงกลางดึกของวันพุธ (7 ก.ค.) นับเป็นการโจมตีเมืองหลวงของยูเครนครั้งที่ 3 ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ โดยใช้ขีปนาวุธวิถีโค้งร่วมกับอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ขณะที่ยูเครนยังประสบปัญหาขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ผลิตโดยสหรัฐฯ
กองทัพอากาศยูเครนเปิดเผยว่า รัสเซียส่งโดรนโจมตีรวม 169 ลำ และขีปนาวุธวิถีโค้ง 5 ลูกเข้าโจมตีหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดโดรนได้มากกว่า 80% แต่ไม่สามารถสกัดขีปนาวุธวิถีโค้งได้แม้แต่ลูกเดียว เนื่องจากยูเครนกำลังขาดแคลนอาวุธสกัดกั้นที่มีขีดความสามารถรับมืออาวุธประเภทนี้
เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารของกรุงเคียฟระบุว่า การโจมตีครั้งล่าสุดทำให้มีเสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน ขณะที่นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ วิตาลี คลิตช์โก เปิดเผยว่า ขีปนาวุธได้สร้างความเสียหายให้กับโกดังเก็บสินค้าและอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัยในพื้นที่สองเขตของเมือง ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำดนีโปร จนเกิดเพลิงไหม้หลายจุด
นอกจากนี้ เมืองคาร์คิฟ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของยูเครน ก็ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธเช่นกัน ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนและโบสถ์ได้รับความเสียหาย ขณะที่ในพื้นที่อื่นของประเทศมีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มเติม โดยแคว้นมิโคลาอิฟทางตอนใต้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จากการโจมตีด้วยระเบิดนำวิถี ส่วนแคว้นดนีโปรเปตรอฟสก์และแคว้นซาปอริซเซียมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีด้วยโดรน ปืนใหญ่ และขีปนาวุธ
...
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่การประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต กำลังจัดขึ้นที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มีกำหนดพบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ซึ่งคาดว่าจะหยิบยกประเด็นการขอรับขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ เนื่องจากปัจจุบันเป็นอาวุธหลักเพียงชนิดเดียวที่ยูเครนสามารถใช้รับมือขีปนาวุธวิถีโค้งของรัสเซียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวก่อนการประชุมว่า เขาเชื่อว่าสงครามรัสเซีย-ยูเครนมีโอกาสยุติลงได้ในเร็ววัน หลังได้พูดคุยกับทั้งประธานาธิบดีเซเลนสกีและประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ขณะที่ปูตินยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป แม้รัสเซียจะเผชิญความท้าทายเพิ่มขึ้น พร้อมย้ำข้อเรียกร้องให้ยูเครนยกพื้นที่ส่วนที่เหลือของแคว้นโดเนตสก์ทางตะวันออกให้แก่รัสเซีย
ตลอดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา การโจมตีของรัสเซียต่อกรุงเคียฟและพื้นที่โดยรอบส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 60 คน สะท้อนถึงการยกระดับการโจมตีทางอากาศของมอสโกในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แม้ความคืบหน้าของกองกำลังภาคพื้นดินจะชะลอตัว ขณะที่ยูเครนยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการทหารและอุตสาหกรรมน้ำมันของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบต่อการขนส่งเชื้อเพลิงภายในประเทศรัสเซีย.
ที่มา Reuters