ทรัมป์รื้อฟื้นประเด็นเรื่องกรีนแลนด์อีก โดยระบุก่อนรวมเวทีประชุมนาโตว่า เกาะแห่งนี้ควรอยู่ในการปกครองของสหรัฐฯ พร้อมขู่ว่า จะถอนทหารออกจากประเทศในยุโรปที่คัดค้านเรื่องนี้ให้หมด
เมื่อวันอังคารที่ 7 ก.ค. 2569 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รื้อฟื้นความพยายามของสหรัฐฯ ในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจถอนกำลังพลของกองทัพทั้งหมดออกจากยุโรป เพื่อตอบโต้ต่อท่าทีของชาติยุโรปที่ยังคงเดินหน้าคัดค้านในประเด็นนี้
“ดินแดนเกาะแห่งนี้ ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐอเมริกา” ทรัมป์กล่าวไม่นานหลังจากเดินทางถึงกรุงอังการา ประเทศตุรกี เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศสมาชิกนาโต
พันธมิตรผู้ร่วมลงนาม 32 ประเทศ รวมถึงเดนมาร์ก ซึ่งเป็นเจ้าของเกาะกรีนแลนด์ ตกอยู่ในสภาวะวิกฤตเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่ทรัมป์เรียกร้องว่าสหรัฐฯ ต้องเข้าควบคุมดินแดนเกาะแห่งนี้ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ในการประชุมทวิภาคีกับประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน แห่งตุรกี เมื่อบ่ายวันอังคารตามเวลากรุงอังการา ทรัมป์ได้ระบายความอัดอั้นว่า การที่ยุโรปปฏิเสธที่จะโอนอ่อนตามความต้องการขยายดินแดนของเขาคือ “สิ่งที่ทำลายความสัมพันธ์ของผมกับนาโต”
“เพราะกรีนแลนด์ไม่ได้ช่วยอะไรเดนมาร์กเลย เดนมาร์กไม่ได้ใช้เงินเพื่อช่วยเหลือกรีนแลนด์อย่างจริงจัง แต่กรีนแลนด์เป็นส่วนสำคัญสำหรับสหรัฐอเมริกา” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว
“และที่นั่นก็ถูกรายล้อมไปด้วยเรือของจีนและเรือของรัสเซีย ซึ่งเรื่องนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ เรื่องเรือเหล่านั้นน่ะ มันจะเกิดขึ้นไม่ได้” เขากล่าว โดยย้ำคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับภัยคุกคามทางการทหารจากต่างชาติที่มีต่อดินแดนปกครองตนเองแห่งนี้ ซึ่งเป็นข้อกล่าวอ้างที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านกรีนแลนด์ได้ปฏิเสธไปก่อนหน้านี้
...
ทรัมป์กล่าวต่อไปว่า กรีนแลนด์ “ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ ไม่ใช่เดนมาร์ก และในเมื่อพวกเขาไม่ยอมร่วมมือด้วย ประกอบกับเงินทั้งหมดที่เราต้องจ่ายไปเพื่อช่วยพวกเขาตั้งรับรัสเซีย — เราก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินก้อนนั้นอีกต่อไป”
“เราสามารถถอนทหารของเราทั้งหมดออกจากยุโรปได้” เขาเน้นย้ำ “เพราะอย่างที่คุณอาจจะสังเกตเห็นแล้วว่า ยุโรปในตอนนี้เป็นสถานที่ที่แตกต่างจากเมื่อ 20 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง”
“และพวกเขาควรจะระวังตัวให้ดี” ทรัมป์กล่าวต่อโดยพูดถึงยุโรปในภาพรวม “โดยเฉพาะเรื่องผู้อพยพและเรื่องพลังงาน หากพวกเขาไม่ระวังในสองสิ่งนี้ คุณก็จะไม่เหลือสิ่งที่เป็นยุโรปอีกต่อไป”
หลังจากนั้น เขาได้สั่งยุติการแถลงข่าวในส่วนที่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง
คำถามและความคิดเห็นของทรัมป์ได้ผลักดันให้กรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเกาะขั้วโลกขนาดมหึมาที่มีประชากรเบาบางและพื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ให้กลับมาอยู่ภายใต้สปอตไลท์ทางการเมืองระดับโลกอีกครั้ง
ความพยายามของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการครอบครองกรีนแลนด์ได้กลายเป็นประเด็นเดือดระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งมีชนวนเหตุมาจากการที่ทรัมป์กล่าวอ้างซ้ำๆ ว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องเข้าซื้อเกาะแห่งนี้ ขณะที่กลุ่มสมาชิกรัฐสภาของกรีนแลนด์ต่างยืนกรานว่าเกาะแห่งนี้ไม่ได้มีไว้ขาย
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ซึ่งก่อนหน้านี้ปฏิเสธที่จะตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารเพื่อผนวกดินแดนกรีนแลนด์ จู่ๆ ก็ออกมาประกาศว่า เขากับมาร์ก รุตเต เลขาธิการใหญ่นาโต ได้ร่วมกันจัดทำ “กรอบข้อตกลงในอนาคต” ที่เกี่ยวข้องกับดินแดนดังกล่าวแล้ว
นับตั้งแต่นั้นมา คณะทำงานซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากสหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ ได้ร่วมประชุมหารือกันเพื่อหาแนวทางในการดำเนินงานขั้นต่อไป โดย ลาร์ส เลิกเกอ รัสมุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเดนมาร์ก กล่าวเมื่อปลายเดือนมิถุนายนว่า คณะทำงานจะสามารถหาข้อสรุปและทางออกร่วมกันได้ภายในสิ้นปีนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความคิดเห็นต่อถ้อยแถลงล่าสุดของทรัมป์เกี่ยวกับกรีนแลนด์ อเล็กซานเดอร์ สตับบ์ ประธานาธิบดีฟินแลนด์ ก็ตอบว่า “ทำตัวให้เหมือนชาวอาร์กติกหน่อยครับ คือใจเย็นๆ (Cool) ไว้ก่อน หากเป็นเรื่องของความมั่นคงในแถบอาร์กติก ในกลุ่มพันธมิตรของเราก็มีถึง 7 ประเทศที่เป็นชาติในแถบอาร์กติกอยู่แล้ว”
เขากล่าวเสริมว่า “ฟินแลนด์ได้ฝึกฝนทหารมาแล้วถึง 1 ล้านนายในสภาพภูมิอากาศแบบอาร์กติก และโดยพื้นฐานแล้วพวกเราก็ใช้ชีวิตกันในสภาพแวดล้อมแบบอาร์กติกอยู่แล้ว ขอให้ตระหนักถึงข้อนี้ไว้ด้วยครับ และเราควรปล่อยให้กระบวนการเจรจาระหว่างชาวเดนมาร์ก ชาวอเมริกัน และชาวกรีนแลนด์ ดำเนินต่อไปจะดีกว่า”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnbc