อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเรือของกาตาร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ประณามว่าเป็นการละเมิด MOU อย่างร้ายแรง ขณะที่กาตาร์เรียกทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อประท้วง

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิหร่านยิงโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำบริเวณน่านน้ำของประเทศโอมาน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันอังคารที่ 7 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่สหรัฐฯ กับอิหร่านทำไว้ร่วมกันอย่างร้ายแรง

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายนี้บอกด้วยว่า สหรัฐฯ มีมาตรการตอบโต้ที่หลากหลายต่อการละเมิดข้อตกลงของอิหร่าน และตอนนี้พวกเขากำลังพิจารณาทางเลือกทั้งหมดอยู่

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์แถลงเมื่อวันอังคารว่า เรือ "อัล-ราคิยัต" (al-Rakiyat) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ติดธงกาตาร์ กำลังแล่นผ่านบริเวณใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ในตอนที่เรือถูกโจมตี

กาตาร์กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงและชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเตหะราน ยุติการกระทำทั้งหมดที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาค หรือคุกคามความปลอดภัยของการเดินเรือระหว่างประเทศโดยทันที

“เราถือว่า อิหร่าน ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบต่อการโจมตีครั้งนี้ รวมถึงความเสียหายหรือผลกระทบใดๆ ที่ตามมา” กระทรวงฯ ระบุเพิ่มเติม และเรียกตัวอุปทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อยื่น “หนังสือประท้วง” แล้ว

ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ระบุว่า ได้รับรายงานการโจมตีเมื่อเวลา 01:19 น. ของวันอังคารตามเวลาในอ่าวเปอร์เซีย โดยเรือของกาตาร์อยู่ห่างจากเมืองลิมาห์ ประเทศโอมาน ไปทางทิศตะวันออกราว 8 ไมล์ทะเล ในตอนที่ถูกโจมตีซึ่งทำให้เกิดไฟไหม้บนเรือ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

...

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตนว่า เรือบรรทุกน้ำมันของกาตาร์ถูกโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ “หลังจากเพิกเฉยต่อคำเตือนหลายครั้ง”

เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะออกเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังคารา ประเทศตุรกี ซึ่งคาดว่าบรรดาผู้นำจะหารือกันเกี่ยวกับความมั่นคงในช่องแคบดังกล่าว ในขณะที่อิหร่านกำลังจัดพิธีศพ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล

ทั้งนี้ รัฐบาลเตหะรานได้ระงับการเจรจาเพื่อหาทางยุติสงครามอย่างถาวรกับสหรัฐฯ ชั่วคราว ระหว่างจัดพิธีศพของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเมื่อ 28 ก.พ. และเป็นวันแรกของสงครามในตะวันออกกลาง โดยพิธีศพจะดำเนินไปตลอดสัปดาห์นี้

แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (6 ก.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐฯ จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน หรือ “จัดการเรื่องนี้ให้จบไป”

ต่อมาในวันอังคาร นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน โพสต์ข้อความตอบโต้ผ่าน X ว่า การเจรจาเพื่อหาข้อตกลงขั้นสุดท้าย “จะไม่เริ่มต้นขึ้น หากยังคงมีการข่มขู่คุกคามอยู่” พร้อมอ้างถึงข้อกำหนดที่ 13 ใน MOU ซึ่งระบุว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลายประการ ก่อนจะสามารถเริ่มการเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cnn