โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า เขาเป็นคนขอให้ฟีฟ่าทบทวนการให้ใบแดงนักฟุตบอลตัวเก่งของทีมชาติสหรัฐฯ ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก โดยย้ำว่าเขาขอให้ “ทบทวน” เท่านั้น ไม่ได้บังคับให้ฟีฟ่ายกเลิกโทษแบน

เมื่อวันจันทร์ที่ 6 ก.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมายืนยันว่า เขาเป็นคนร้องขอให้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ทบทวนโทษแบนห้ามลงสนาม 1 นัดของ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกาซึ่งกำลังเข้าร่วมในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐฯ, แคนาดา และเม็กซิโกเป็นเจ้าภาพ

ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาวว่า ฟีฟ่า “ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง” ที่สั่งระงับโทษแบนของบาโลกัน พร้อมเสริมว่าหากบทลงโทษนี้มีผลบังคับใช้จริง มันจะกลายเป็น “รอยด่างพร้อยครั้งใหญ่” ของทัวร์นาเมนต์นี้

อนึ่ง บาโลกันในวัย 25 ปี เดิมทีมีกำหนดจะถูกแบนในการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ทีมจะพบกับเบลเยียมในวันอังคารนี้ หลังจากได้รับใบแดงโดยตรงจากฟาวล์ใส่ ทาริก มูฮาเรโมวิช กองหลังทีมชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาในรอบก่อนหน้านี้

ทว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฟีฟ่าได้สร้างความประหลาดใจด้วยการตัดสินใจระงับโทษแบนอัตโนมัติ 1 นัดดังกล่าวเป็นเวลา 12 เดือน ซึ่งเป็นการเปิดทางให้กองหน้าทีมชาติสหรัฐฯ รายนี้ ซึ่งยิงไปแล้ว 3 ลูกในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ สามารถลงเตะในการแข่งขันที่จะจัดขึ้นในเมืองซีแอตเติลได้

ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้ขอให้ฟีฟ่าทบทวนการตัดสินใจเนื่องจากเขา “ไม่คิดว่าจังหวะนั้นเป็นการฟาวล์” แต่ยืนยันด้วยว่า ถึงแม้เขาจะได้พูดคุยกับ จานนี อินแฟนติโน ประธานฟีฟ่าจริง แต่เขาเพียงขอให้มีการทบทวน ไม่ได้สั่งการให้ประธานฟีฟ่าต้องระงับโทษแบนของบาโลกันแต่อย่างใด

“ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของนักกีฬาที่ยอดเยี่ยมสองคนเข้าปะทะและพัวพันกันต่างหาก” ทรัมป์กล่าว “ผมคิดว่า (โทษแบนนี้) จะทิ้งรอยด่างพร้อยครั้งใหญ่ไว้ ผมไปสั่งพวกเขาไม่ได้หรอก และผมไม่เชื่อว่าพวกเขา (ฝ่ายบริหาร) เป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้ แต่ผมเชื่อว่าเป็นคณะกรรมการต่างหากที่ตัดสินใจ และมันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว”

...

ทรัมป์กล่าวอีกว่า การตัดสินใจให้ใบแดงบาโลกันของผู้ตัดสิน ราฟาเอล เคลาส์ นั้น “แย่มาก” พร้อมทั้งเรียกเชิ้ตดำชาวบราซิลรายนี้ว่า “ดูน่าสงสัยนิดหน่อย”

ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ สมาคมฟุตบอลแห่งราชอาณาจักรเบลเยียมออกมาแสดงความ “ตกตะลึง” ต่อการตัดสินใจของฟีฟ่าที่อนุญาตให้บาโลกันมีชื่อลงแข่งในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้

“ไม่ว่าผลการแข่งขันในนัดนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ทางสมาคมฯ รู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะยังคงเดินหน้าต่อสู้ต่อไปในอีกไม่กี่ชั่วโมง วัน และเดือนข้างหน้า เพื่อปกป้องหลักการพื้นฐานด้านจริยธรรม การแข่งขันที่ยุติธรรม และผลประโยชน์ของวงการฟุตบอลในภาพรวม” สมาคมฟุตบอลแห่งราชอาณาจักรเบลเยียมระบุ

ทางด้าน โธมัส ทูเคิล หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอังกฤษ ซึ่งทีมของเขาเองก็ต้องเหลือผู้เล่น 10 คนในแมตช์ที่พบกับเม็กซิโก หลังจาก จาเรลล์ ควอนซาห์ ถูกใบแดง กล่าวว่าคำตัดสินนี้ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตราย

“คำถามที่ผมอยากถามคือ เราจะลากเส้นแบ่งตรงไหน? ซึ่งผมเองก็ไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้” ทูเคิลกล่าว “ถ้าใบเหลืองไม่ใช่ใบเหลือง เราต้องยื่นอุทธรณ์ไหม? ถ้าเราคิดว่ามันไม่ใช่ใบแดง แล้วใครล่ะที่เป็นคนคิด? เรื่องแบบนี้มันจะเริ่มต้นที่ตรงไหนและไปสิ้นสุดที่ตรงไหน? นี่คือคำถามของผม ซึ่งผมไม่มีคำตอบให้หรอก”

ขณะที่ ยูฟ่า (Uefa) องค์กรควบคุมดูแลฟุตบอลยุโรป แถลงว่า การเข้าแทรกแซงเพื่อยกเลิกโทษแบนระหว่างทัวร์นาเมนต์เช่นนี้ ถือเป็นการ “ล้ำเส้น” อย่างชัดเจน


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc