เกิดเหตุจลาจลภายในเรือนจำเนกอมโบของศรีลังกา หลังผู้ต้องขังจากแก๊งค้ายาเสพติดสองกลุ่มปะทะกันอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน รวมเจ้าหน้าที่เรือนจำ 4 นาย และบาดเจ็บมากกว่า 100 คน นับเป็นเหตุจลาจลในเรือนจำที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศในรอบกว่า 5 ปี ขณะที่ทางการเร่งสอบสวนหาสาเหตุและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย

เกิดเหตุจลาจลรุนแรงที่เรือนจำในเมืองเนกอมโบ ทางตอนเหนือของกรุงโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา โดยความขัดแย้งเริ่มปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (5 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะลุกลามกลายเป็นการสู้รบนองเลือดยาวนานถึงสองวัน

รายงานระบุว่า ชนวนเหตุเกิดจากการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างนักโทษสองกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับแก๊งค้ายาเสพติด โดยกลุ่มหนึ่งเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมลักลอบค้ายาเสพติดภายในเรือนจำ ขณะที่อีกกลุ่มเป็นฝ่ายต่อต้าน สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในเช้าวันจันทร์ เมื่อนักโทษที่ก่อจลาจลสามารถบุกยึดอาวุธปืนจากคลังของเจ้าหน้าที่เรือนจำมาครอบครองและใช้เปิดฉากยิงปะทะ

 เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า "มีผู้คุมเรือนจำ 4 นาย ถูกสังหารเสียชีวิตขณะพยายามเข้าไปแยกกลุ่มนักโทษที่กำลังก่อจลาจล สถานการณ์มันบานปลายจนเกินควบคุมเมื่อช่วงเช้าวันนี้"

นพ.พุชปา กัมลัท ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรัฐเนกอมโบ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีร่างผู้เสียชีวิตถูกส่งมาที่โรงพยาบาลแล้วถึง 23 ศพ ขณะที่บางกระแสข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุตัวเลขที่ 19 ศพ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่นิ่ง นอกจากนี้ยังมีนักโทษและผู้คุมที่ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาอีกมากกว่า 100 ราย โดยผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลแห่งชาติในกรุงโคลอมโบ และกล่าวว่า "เหยื่อบางรายมีบาดแผลจากการถูกยิง บางรายมีบาดแผลถูกของมีคมบาด และมีรอยฟกช้ำรุนแรงตามร่างกาย"

...

นอกจากนี้ ในช่วงคืนวันอาทิตย์ ขณะที่การปะทะดำเนินไปอย่างดุเดือด ข่าวได้แพร่กระจายไปยังแดนขังหญิงที่อยู่ติดกัน ส่งผลให้นักโทษหญิงกลุ่มหนึ่งพากันปีนขึ้นไปบนหลังคาเพื่อประท้วงเรียกร้องให้ปล่อยตัว แต่โครงสร้างหลังคาบางส่วนเกิดพังถล่มลงมา ทำให้นักโทษหญิงบางส่วนได้รับบาดเจ็บ 

บรรยากาศภายนอกเรือนจำเต็มไปด้วยความตึงเครียด มีญาติของนักโทษจำนวนมากมารวมตัวกันเพื่อรอฟังข่าวด้วยความวิตกกังวล ขณะที่กองทัพอากาศศรีลังกาได้ส่งโดรนและเฮลิคอปเตอร์บินวนเหนือเรือนจำเพื่อประเมินสถานการณ์ ด้านชาวบ้านในละแวกนั้นเผยว่าได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ

ปัจจุบัน ทางการศรีลังกาได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยระดมกำลังตำรวจหน่วยเฉพาะกิจ หรือคอมมานโด และหน่วยควบคุมฝูงชนเข้าตรึงกำลังรอบพื้นที่ แต่ยังไม่มีการส่งกำลังเข้าไปภายในเรือนจำ พร้อมทั้งสั่งย้ายนักโทษแกนนำ 3 รายไปยังค่ายกักกันพัลลันเซนาเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม

ด้าน นายเอซี กาจานายาเก โฆษกกรมราชทัณฑ์ศรีลังกา เปิดเผยว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิเศษขึ้นตามคำสั่งของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและผู้อยู่เบื้องหลังเหตุความรุนแรงครั้งนี้ เช่นเดียวกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้แยกสำนวนสืบสวนอีกชุดหนึ่ง ขณะที่ นายหรรษณะ นานายักการา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของศรีลังกา ได้สั่งการให้รายงานรายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมดแก่ตนโดยด่วน

เหตุการณ์นองเลือดในครั้งนี้ ถือเป็นเหตุจลาจลในเรือนจำครั้งที่ร้ายแรงที่สุดของศรีลังกาในรอบกว่า 5 ปี นับตั้งแต่เหตุจลาจลที่เรือนจำอีกแห่งหนึ่งเมื่อเดือนธันวาคม 2020 ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งครั้งนั้นมีนักโทษเสียชีวิต 11 ศพ บาดเจ็บ 117 ราย จนนำไปสู่การปล่อยตัวนักโทษหลายร้อยคนเพื่อลดความแออัด

จากข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า ณ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เรือนจำทั่วประเทศศรีลังกามีนักโทษรวมกันสูงถึง 41,250 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าความจุที่เรือนจำรองรับได้จริงถึงประมาณ 4 เท่า ซึ่งปัญหานักโทษล้นคุกนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้สภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ และง่ายต่อการเกิดเหตุความรุนแรงซ้ำซาก.


ที่มา AFP