สหรัฐอเมริกามีอายุครบ 250 ปีแล้ว ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมกล่าวสุนทรพจน์ครั้งใหญ่ หลังจากเตือนว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีความพยายามโจมตี “อัตลักษณ์” ความเป็นอเมริกัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐอเมริกามีอายุครบ 250 ปีแล้วในวันเสาร์ที่ 4 ก.ค. 2569 ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาแห่งความแตกแยกอย่างลึกซึ้งภายในชาติ ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามใช้พื้นที่ฉลองเทศกาลนี้ให้เป็นเวทีหลักของตนเอง

วันครบรอบการประกาศอิสรภาพนี้ยังมีขึ้นท่ามกลางคลื่นความร้อนรุนแรง ซึ่งทำให้ชาวอเมริกันราว 160 ล้านคนตกอยู่ภายใต้การแจ้งเตือนภัยความร้อนขั้นรุนแรงหรือขั้นวิกฤต ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการจัดขบวนพาเหรดและงานปาร์ตี้ริมถนนที่วางแผนไว้ในเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ทว่าอุณหภูมิที่ร้อนระอุไม่อาจขัดขวางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ โดยในเย็นวันเสาร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) เขาจะจัดงานชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ที่ลาน “เนชันแนล มอลล์” (National Mall) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พร้อมด้วยการบินโชว์ของฝูงบินทหาร และงานแสดงพลุดอกไม้ไฟที่นายทรัมป์ประกาศว่าจะยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

“ข้างนอกนั่นจะร้อนประมาณ 107 องศาฟาเรนไฮต์ (41 องศาเซลเซียส) และผมจะไปที่นั่นเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ที่ยาวมาก ๆ แค่เพื่อพิสูจน์ว่าผมสามารถทำอะไรก็ได้” ทรัมป์กล่าวไว้ก่อนหน้านี้

เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเดินทางไปเยือนอนุสรณ์สถานแห่งชาติภูเขารัชมอร์ (Mount Rushmore) เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้ารูปสลักใบหน้าหินแกรนิตขนาดมหึมาของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้เป็นตำนานทั้ง 4 คนได้แก่ จอร์จ วอชิงตัน, โทมัส เจฟเฟอร์สัน, อับราฮัม ลินคอล์น และ ธีโอดอร์ รูสเวลต์

ทรัมป์กล่าวชื่นชมความเป็นเลิศของอเมริกาและสรรเสริญอดีตผู้นำของประเทศ แต่เขาเตือนด้วยว่า อัตลักษณ์ความเป็นอเมริกันกำลัง “ถูกโจมตีครั้งใหม่” โดยเขาชี้ไปที่ “กลุ่มหัวรุนแรงและกลุ่มสุดโต่ง” ภายในประเทศ และกล่าวหาว่ากำลังเกิด “การฟื้นตัวของภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ในดินแดนของสหรัฐฯ”

...

ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ทรัมป์หยิบยกขึ้นมาหลายต่อหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่กลุ่มซ้ายจัดของพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้น (Primary) ของสหรัฐฯ ได้อย่างต่อเนื่อง

ประธานาธิบดีตราหน้าการก้าวขึ้นมาของฝ่ายซ้ายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนว่าเป็นพวก “คอมมิวนิสต์” ที่กำลังอาละวาด และกำลังสร้าง “ภัยคุกคาม” ครั้งใหญ่ต่อประเทศ

ทรัมป์อ้างด้วยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีความพยายามที่จะ “ทุบทำลายจิตวิญญาณความเป็นอเมริกันให้ออกไปจากพวกเรา และทำให้พวกเราแปลกแยกจากประวัติศาสตร์ของตัวเอง”

แม้ว่าถ้อยคำของเขาจะไม่รุนแรงเท่ากับวาทกรรมต่อต้านผู้อพยพที่เขาเคยใช้ในสุนทรพจน์ครั้งก่อน ๆ แต่สาระสำคัญที่แฝงอยู่ระบุไว้อย่างชัดเจน “คุณไม่จำเป็นต้องเกิดที่นี่ แต่คุณจำเป็นต้องรักในสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา” เขากล่าว

สำหรับชาวอเมริกัน การเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีนี้ เป็นทั้งช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและเป็นโอกาสในการทบทวนสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา

หลังจากผ่านพ้นความสำเร็จและความสูญเสีย ทาสและอิสรภาพ สงครามกลางเมืองและสงครามโลกมานานถึงสองศตวรรษครึ่ง ผลสำรวจความเห็นหลายสำนักระบุว่า คนในชาติกำลังมีความคิดเห็นที่แตกแยกเกี่ยวกับสถานะของประเทศในปัจจุบันและทิศทางที่จะดำเนินต่อไปในอนาคต

ผลสำรวจจากมหาวิทยาลัย ควินนิเพียก (Quinnipiac) เผยว่า ชาวอเมริกันร้อยละ 61 คิดว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ดำเนินไปตามอุดมคติที่ระบุไว้ในคำประกาศอิสรภาพ ถึงกระนั้น ความคิดเห็นในประเด็นนี้ก็ยังคงแตกแยก โดยพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่คิดว่าประเทศทำได้ตามอุดมคติแล้ว ขณะที่พรรคเดโมแครตส่วนใหญ่คิดว่ายังไม่เป็นเช่นนั้น

“มีผู้คนจำนวนมากเกินไปที่เกลียดชังกัน ขโมยของกันและกัน พวกเขาไม่ได้รักกันเลย” จอห์นนี เพรสลีย์ ศิลปินจากลอสแอนเจลิสกล่าว “ผมเบื่อหน่ายกับวิธีที่ประเทศนี้ปฏิบัติต่อผู้คน ผมเบื่อวิธีที่ประเทศนี้ปฏิบัติต่อเพื่อนบ้านต่างแดน “ผมเบื่อกับเรื่องเฮงซวยหลาย ๆ เรื่องเต็มที””

ในทางกลับกัน สำหรับคนอื่น ๆ อย่าง คาริซา ทาวาสโซลี ชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่านซึ่งเป็นนักการศึกษาในแอตแลนตา มองว่ารากฐานของ “ความฝันอเมริกัน” (American Dream) ยังคงเป็นจริงอยู่

“ฉันมีความปลอดภัย มีเสถียรภาพ มีเสรีภาพในการพูด มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา และในฐานะผู้หญิง ฉันจะแต่งตัวอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ” เธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP “ที่นี่มีข้อบกพร่องอยู่มากมาย แต่เราก็มีสิ่งพิเศษบางอย่างที่คุ้มค่าแก่การปกป้อง”


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna