คลื่นการลงทุนระลอกใหม่กำลังไหลเข้ามา จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องคว้าไว้ให้ได้ ซึ่งประเทศไทยถือว่าอยู่ในจุดที่เหมาะสมอย่างยิ่ง
“ปีเตอร์ หลัน” ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย เปิดออฟฟิศเขตหลักสี่ ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวต่างประเทศหนังสือพิมพ์ไทยรัฐอย่างเป็นกันเอง ถึงทิศทางเศรษฐกิจและความร่วมมือในโลกยุคปัจจุบันนี้ ที่กำลังขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับระบบปัญญาประดิษฐ์ AI
เรื่องนี้อยากเชื่อมโยงให้เห็นภาพว่า รัฐบาลไทยในขณะนี้มีเป้าหมายในการทำให้ประเทศเป็น “ศูนย์รวม” ของภูมิภาคในเรื่องอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล จักรกลเอไอ พลังงานสะอาด หรือเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ “ไต้หวัน” สนใจและอยากจะลงทุนพัฒนาเพิ่มเติมทั้งสิ้น ถือเป็นเป้าหมายการพัฒนาทางเศรษฐกิจในระยะยาวของเรา
จึงไม่แปลกที่จะมีการค้าขายกันอย่างคึกคักสำหรับสินค้าด้านอิเล็กทรอนิกส์หรืออื่นๆที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตชิป ดึงตัวเลขการค้าระหว่างไทย-ไต้หวันเพิ่มขึ้น 47.8% ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ เช่นเดียวกับตัวเลขธุรกิจไต้หวันเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แล้ว 14,600 ล้านบาทในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับ 50% ของยอดทั้งปี 2568 ที่ผ่านมา
เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ 2 เศรษฐกิจต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เพราะคำว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หรืออุตสาหกรรมเอไอ ไม่ได้หมายถึงการผลิตชิปเอไอหรือชิปขั้นสูง แต่คือองค์รวมทั้งระบบนิเวศ ตั้งแต่ “ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” ผลที่เกิดขึ้นคือไทยได้ประโยชน์ทางการค้า ไต้หวันได้แตกไลน์ฐานการผลิต
และเป็นที่มาของโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานของเรา กับภาคเอกชน มหาวิทยาลัย โรงเรียนอาชีวศึกษาในประเทศไทยเมื่อต้นปี ในเรื่องการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี
...
เริ่มจาก กทม. ขยายไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการมอบทุนการศึกษา และรับประกันการทำงานในบริษัทของไต้หวัน เพื่อการต่อยอดฝึกฝนฝีมือ พร้อมหวังว่าในอนาคตจะมี “ระบบ” ระหว่างไทย-ไต้หวัน ที่เป็นรูปเป็นร่าง ไม่จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทเอกชนหรือสถาบันการศึกษาแห่งใดแห่งหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการ
เพราะหากดูจากสเกลของอุต สาหกรรมในอนาคตแล้ว ความต้องการ Demand มีแต่จะเพิ่มขึ้น การมีฐานการผลิตอย่างเดียวถือว่าไม่เพียงพอ จำเป็นต้องการบุคลากรที่มีความสามารถมารองรับ ทักษะในวันนี้อาจไม่พอสำหรับวันหน้า หากไม่เสริมความแข็งแกร่ง ทิศทางก็อาจ “ไม่ยั่งยืน” มีประเทศอื่นๆในภูมิภาคพร้อมจะแข่งขัน แย่งการเข้ามาลงทุนจากต่างชาติ (FDI)
เหมือนไต้หวันเมื่อ 50 ปีก่อน สามารถกลายเป็นขุมพลังทางเซมิคอนดักเตอร์ได้ ก็มาจากการพัฒนาทักษะและความรู้ นำสิ่งที่เรียนรู้ในต่างประเทศกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ใช้เวลาหลายทศวรรษ สิ่งที่น่าสนใจหลังจากนี้ยังมีอยู่ว่า จะทำเช่นไรกันดีในเรื่องของ “พลังงาน” ที่จะมารองรับอุตสาหกรรมไฮเทค เรื่องนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน และดูเหมือนว่าภาคพลังงานทดแทนจะโตตามไม่ทัน
ถามว่าการเมืองระหว่างประเทศมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อแนวทางเศรษฐกิจของไต้หวันหรือไม่ อย่างเรื่องกฎหมายเพื่อความเป็นเอกภาพทางเชื้อชาติของจีน ที่มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ก.ค. มองเช่นไร ผู้อำนวยการปีเตอร์ยิ้มเล็กน้อยก่อนนำแถลงจุดยืนของรัฐบาลมาอ่านให้ฟัง เรื่องความเคารพและการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างช่องแคบไต้หวัน เพื่อให้ประชาชนรับประโยชน์สูงสุด และไม่มีเงื่อนไขทางการเมืองที่ตอบโจทย์เพียงบางกลุ่ม
“อันนี้ผมขออ่านตามเอกสารนะ ส่วนเรื่องกฎหมายใหม่มองว่าเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเรียกว่าการใช้เขตอำนาจนอกดินแดน (Long Arm Jurisdiction) ซึ่งปัญหาคือความท้าทายที่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลชาติต่างๆ ตอนแรกอาจจะบอกว่า เล็งเป้าเฉพาะกลุ่มหัวรุนแรงที่อยากจะแบ่งแยกดินแดนไต้หวันให้เป็นเอกราช แต่พอผ่านไปรายละเอียดก็อาจเปลี่ยนแปลง อยากอธิบายเช่นกันเรื่องความแตกต่างระหว่างหลักการจีนเดียวกับนโยบายจีนเดียว โดยอันแรกคือหลักการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน อันที่สองคือนโยบายที่ประเทศต่างๆเลือกเดินเองว่าจีนเดียวในที่นี้หมายถึงอะไร อย่างสหรัฐฯก็มีมุมของตัวเอง ชาติยุโรปก็มีมุมของตัวเองไม่จำเป็นต้องตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินคำคำนี้”
อย่างที่เคยพูดไว้เมื่อคราวพบกันครั้งก่อนว่าความสัมพันธ์สามารถบริหารจัดการให้เป็นคู่ขนานไปได้ ไม่จำเป็นต้องลากมาเกี่ยวข้องกัน ไทย-ไต้หวันร่วมมือปูทางสร้างโอกาสในด้านต่างๆบนรากฐานความสัมพันธ์ที่มั่นคงมาตั้งแต่
ในอดีต ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่เรื่องเศรษฐกิจ เพิ่มการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้คน หรือในเรื่องการท่องเที่ยวที่ถามมาว่า ไต้หวันมีนโยบายให้เงินจูงใจ 5,000 ดอลลาร์ไต้หวันแก่คนที่บินกลับไปเที่ยวรอบสองจริงหรือไม่ เรื่องนี้เรากำลังพิจารณาอยู่ เพียงแต่ที่ออกข่าวไปแล้วเพราะมีเจ้าหน้าที่ออกมาพูดกับสื่อเร็วเกินไป
สุดท้ายผมจำได้ว่า ทีมข่าวเคยให้คิดคำ 3 คำที่บรรยายถึงประเทศไทย มาวันนี้ผมเลยได้ไปเตรียมประโยคมาให้ ซึ่งรวบรวมคำที่เหมาะสมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสองเรานั่นคือ นวัตกรรมจะช่วยทำให้ประเทศแข็งแกร่งพร้อมรับมือและฟื้นฟูต่อทุกสถานการณ์ ความร่วมมือระหว่างกันจะช่วยสร้างโอกาสที่หลากหลาย และโอกาสเหล่านี้ย่อมนำไปสู่ทิศทางที่แน่นอนนั่นคือการได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน และความเป็นมิตรภาพที่งดงามและยั่งยืนยง.
ทีมข่าวต่างประเทศ