เกิดเหตุระเบิดที่คาเฟ่แห่งหนึ่งในเมืองหลวงของซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ศพ และบาดเจ็บอีก 20 ราย โดยมีสาเหตุมาจากระเบิดที่คนร้ายนำมาซ่อนเอาไว้
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 ก.ค. 2569 ทางการซีเรียเปิดเผยว่า เกิดเหตุระเบิดที่คาเฟ่แห่งหนึ่งในกรุงดามัสกัส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 20 ราย นับเป็นความท้าทายครั้งล่าสุดสำหรับกลุ่มผู้นำอิสลามิสต์ของซีเรีย ในความพยายามสร้างเสถียรภาพ หลังจากผ่านพ้นสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่าทศวรรษ
เหตุลอบวางระเบิดครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระเบิดที่ถูกนำมาแอบวางไว้ในพื้นที่ดังกล่าว ถือเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีพลีชีพที่โบสถ์คริสต์แห่งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว โดยในขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังก่อเหตุ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้กับทำเนียบยุติธรรม (Palace of Justice) ของเมืองหลวง ซึ่งเป็นอาคารที่ทำการรัฐบาลที่สำคัญ ส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกวุ่นวายไปทั่วบริเวณ
ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว เอเอฟพี (AFP) รายงานว่าเห็นรถพยาบาลเปิดไซเรนดังสนั่นขับแทรกตัวผ่านการจราจรเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุ ขณะที่กองกำลังความมั่นคงได้เข้าปิดล้อมพื้นที่โดยรอบบริเวณที่เกิดระเบิด
นายมาเฮอร์ เอลดีบี ผู้ว่าราชการกรุงดามัสกัส เปิดเผยว่าได้มีการเริ่มตั้งคณะกรรมการสืบสวนพยานหลักฐานแล้ว “ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการนองเลือดในครั้งนี้จะต้องถูกลงทัณฑ์ ทุกครั้งที่ประเทศเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาที่มีเสถียรภาพ กลุ่มผู้ประสงค์ร้ายก็จะพยายามเข้ามาสร้างความสั่นคลอนอยู่เสมอ”
ทางด้าน เคลาดิโอ คอร์โดเน รองทูตพิเศษแห่งสหประชาชาติประจำซีเรีย โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ “ควรถูกนำตัวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม”
...
ขณะที่ประเทศตุรกี ซึ่งมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับกลุ่มผู้นำอิสลามิสต์ของซีเรีย ก็ออกมาร่วมประณามการโจมตีดังกล่าว พร้อมให้คำมั่นว่าจะ “คงความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกับซีเรียตลอดช่วงเวลานี้”
นอกจากนั้น หลายประเทศในกลุ่มอาหรับ เช่น อิรัก จอร์แดน กาตาร์ และอียิปต์ ต่างก็ร่วมประณามเหตุรุนแรงในครั้งนี้เช่นเดียวกัน
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna