สำนักงานตำรวจอินชอนสั่งระดมกำลังตำรวจปราบจลาจลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกว่า 180 นาย คุมเข้มสนามบินอินชอน หวั่นเกิดเหตุไม่คาดคิด หลังแฟนบอลเกาหลีใต้เดือดจัด ขู่ฆ่า "ฮง มยอง-โบ" อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนที่เพิ่งประกาศลาออกเซ่นผลงานตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2026
สำนักงานตำรวจเมืองอินชอน และท่าอากาศยานนานาชาติตินชอน ประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยสั่งตรึงกำลังตำรวจปราบจลาจลและตำรวจสนามบินจำนวน 160 นาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพิเศษเพิ่มอีก 25 นาย รวมเกือบ 190 นาย เพื่อรับการเดินทางกลับมาของทีมฟุตบอลทีมชาติเกาหลีใต้ หรือ "ขุนพลแทกุกวอร์ริเออร์ส" ในวันนี้ (30 มิ.ย.) หลังจากทำผลงานได้อย่างย่ำแย่จนตกรอบแรกในศึกฟุตบอลโลก
แถลงการณ์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า มาตรการขั้นเด็ดขาดนี้มีขึ้นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและรักษาความปลอดภัยในระหว่างกระบวนการเดินทางเข้าเมืองของนักเตะและทีมงาน โดยยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายทุกรูปแบบ รวมถึงพฤติกรรมการปาข้าวของใส่ขุนพลนักเตะ
ชนวนเหตุความไม่พอใจทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากเกาหลีใต้ไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้ ทั้งที่นัดแรกโชว์ฟอร์มพลิกแซงชนะสาธารณรัฐเช็กมาได้ แต่กลับมาพ่ายแพ้ในอีก 2 นัดต่อแอฟริกาใต้และเม็กซิโก ส่งผลให้หมดลุ้นโควตาทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอย่างเป็นทางการ หลังจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเอาชนะอุซเบกิสถาน 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ ฮง มยอง-โบ อดีตกุนซือวัย 57 ปี ประกาศลาออกจากตำแหน่งทันทีท่ามกลางความผิดหวังของคนทั้งชาติ ขณะที่สถานีโทรทัศน์ช่องหลักของเกาหลีใต้ถึงขั้นต้องเบลอหน้าของเขาในรายงานข่าวราวกับเป็นอาชญากร
...
ไม่เพียงแต่กระแสวิจารณ์ในแง่ฟุตบอล แต่สถานการณ์ลุกลามไปถึงความปลอดภัยในชีวิต เมื่อมีผู้โพสต์ข้อความขู่ฆ่าอดีตกุนซือรายนี้บนโลกออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นพลเมืองอเมริกันวัย 41 ปี ระบุว่า "ผมจะรับผิดชอบเอง ผมจะไปที่สนามบินอินชอนและฆ่าฮงมยองโบในวันที่เขาเดินทางกลับ" ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจนครบาลโซลกำลังเร่งสืบสวนและแกะรอยผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว
นอกจากนี้ กระแสต่อนต้านยังขยายวงกว้างไปสู่ภาคธุรกิจ ร้านค้าหลายแห่งในเกาหลีใต้ เช่น บาร์ในเมืองอันยาง และร้านปิ้งย่างในเมืองกิมเจ ต่างขึ้นป้ายประกาศหน้าร้านชัดเจนว่า "ห้าม ฮง มยอง-โบ เข้าใช้บริการ" เพื่อแสดงความประท้วงต่อการวางแทกติกและผลงานที่ไร้ประสิทธิภาพในทัวร์นาเมนต์นี้
นอกเหนือจากเรื่องผลงานในสนามแล้ว ฮง มยอง-โบ และสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ (KFA) ยังต้องเผชิญกับการตรวจสอบทางกฎหมาย โดยตำรวจเปิดเผยว่าได้รับการร้องเรียนถึง 8 กรณี เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสและพฤติกรรมมิชอบในการแต่งตั้งฮงเข้ามารับตำแหน่ง โดยมีการกล่าวหาว่านายจุง มง-กยู ประธานสมาคมฯ และ อี ลิม-แซง ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค มีพฤติกรรมใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ซึ่งศาลปกครองโซลเพิ่งมีคำตัดสินยกคำร้องของสมาคมฯ ที่พยายามคัดค้านคำสั่งลงโทษวินัยร้ายแรงจากกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว
ทางด้าน ลี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้ออกมาตำหนิผลงานของทีมชาติและกระบวนการทำงานของสมาคมฟุตบอลอย่างเผ็ดร้อน โดยระบุว่า "ในฐานะคนที่รักฟุตบอลคนหนึ่ง ผมรู้สึกตกใจและสับสนกับผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงนี้ นี่คือข้อพิสูจน์อีกครั้งว่า 'การเลือกใช้คนคือตัวกำหนดทุกสิ่ง' หากเราเห็นแก่ความจงรักภักดีและพวกพ้องมากกว่าความสามารถ แล้วแต่งตั้งคนไร้ฝีมือขึ้นมาเป็นผู้นำ ผลลัพธ์มันก็มอดไหม้ชัดเจนเหมือนไฟอยู่แล้ว ผมขออภัยต่อประชาชนทุกคนสำหรับความผิดหวังครั้งใหญ่ และเราจะรีบปฏิรูปการบริหารจัดการด้านกีฬาโดยเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องเหลวไหลเช่นนี้อีก"
สำหรับ ฮง มยอง-โบ ถือเป็นการคุมทีมชาติรอบที่ 2 หลังจากที่เคยพาทีมลุยศึกฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิล ซึ่งในครั้งนั้นเกาหลีใต้ก็จอดป้ายเพียงแค่รอบแบ่งกลุ่มเช่นเดียวกัน โดยเกาหลีใต้ถือเป็นขาประจำของฟุตบอลโลกจากการเข้ารอบสุดท้ายติดต่อกันถึง 11 ครั้ง และเคยสร้างประวัติศาสตร์ทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในปี 2002 ที่เป็นเจ้าภาพร่วม.
ที่มา Independent / JoongAng Ilbo