ประชาชนในหลายประเทศของยุโรปออกมาชมความงามของ "พระจันทร์สตรอว์เบอร์รี" หรือพระจันทร์เต็มดวงแรกของฤดูร้อนในซีกโลกเหนือ โดยสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในหลายเมือง 

ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ผู้คนพากันเดินทางขึ้นไปยัง คาเลนแบร์ก จุดชมวิวที่สูงที่สุดของเมือง เพื่อรอชมพระจันทร์เต็มดวงที่ค่อย ๆ โผล่ขึ้นเหนือขอบฟ้าในช่วงค่ำ ท่ามกลางทัศนียภาพของเมืองหลวงออสเตรีย

ส่วนที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างรวมตัวตามจุดชมวิวสำคัญ เพื่อถ่ายภาพพระจันทร์ที่ลอยเด่นเหนือแม่น้ำตากุส โดยในช่วงที่ดวงจันทร์เพิ่งโผล่ขึ้นจากขอบฟ้า หลายคนสังเกตเห็นว่ามีสีออกส้มอมทองและดูมีขนาดใหญ่กว่าปกติ

แม้จะมีชื่อเรียกว่า "พระจันทร์สตรอว์เบอร์รี" แต่ในความเป็นจริง ดวงจันทร์ไม่ได้มีสีชมพูหรือสีแดงเหมือนผลสตรอว์เบอร์รีแต่อย่างใด โดยชื่อนี้มีที่มาจากชนพื้นเมืองในทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มอัลกอนควิน  ที่ใช้พระจันทร์เต็มดวงในเดือนมิถุนายนเป็นสัญญาณบ่งบอกช่วงเวลาเก็บเกี่ยวสตรอว์เบอร์รีป่า ซึ่งต่อมาชื่อนี้ได้รับการเผยแพร่ผ่านปฏิทินดาราศาสตร์และถูกใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก

นักดาราศาสตร์อธิบายว่า สีส้มหรือสีทองที่หลายคนมองเห็น เกิดจากดวงจันทร์อยู่ในตำแหน่งต่ำใกล้ขอบฟ้า ทำให้แสงต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศโลกมากกว่าปกติ ส่งผลให้แสงสีน้ำเงินกระเจิงออกไป เหลือแสงโทนเหลือง ส้ม หรือแดงให้มองเห็นเด่นชัด นอกจากนี้ ยังเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Moon Illusion หรือภาพลวงตาที่ทำให้ดวงจันทร์ดูใหญ่กว่าปกติเมื่ออยู่ใกล้เส้นขอบฟ้า ทั้งที่ขนาดจริงไม่ได้เปลี่ยนแปลง

พระจันทร์เต็มดวงในเดือนมิถุนายนยังมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม เช่น Honey Moon หรือ Mead Moon ในยุโรป ซึ่งเชื่อมโยงกับฤดูกาลเก็บน้ำผึ้ง ขณะที่บางพื้นที่เรียกว่า Rose Moon เพราะเป็นช่วงที่ดอกกุหลาบผลิบานเต็มที่

...

สำหรับปีนี้ พระจันทร์สตรอว์เบอร์รียังเป็น "ไมโครมูน" เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงที่ดวงจันทร์อยู่ห่างโลกมากกว่าปกติ จึงมีขนาดเล็กกว่าพระจันทร์เต็มดวงทั่วไปเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อดวงจันทร์ลอยต่ำเหนือขอบฟ้า ผู้สังเกตยังคงรู้สึกว่ามันมีขนาดใหญ่และโดดเด่นจากปรากฏการณ์ภาพลวงตาทางสายตา ทำให้ค่ำคืนดังกล่าวกลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่สร้างความประทับใจให้ผู้คนทั่วโลก.


ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ