ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะรับพิจารณาคำร้องอุทธรณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขอให้ทบทวนคดีหมิ่นประมาทและล่วงละเมิดทางเพศนาง อี. จีน แครอลล์ ซึ่งทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิด
เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย. 2569 ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะรับพิจารณาคำร้องอุทธรณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขอให้ทบทวนคดีแพ่ง ซึ่งศาลตัดสินว่าเขามีความผิดฐานหมิ่นประมาทและล่วงละเมิดทางเพศนาง เอลิซาเบธ จีน แครอลล์ (E. Jean Carroll) นักเขียนหญิง ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 82 ปีแล้ว
ย้อนกลับไปในปี 2566 คณะลูกขุนในนิวยอร์กมีคำสั่งให้ทรัมป์จ่ายค่าเสียหายแก่แครอลล์เป็นเงิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากคดีแพ่งที่เธอฟ้องร้องว่าทรัมป์ได้ล่วงละเมิดทางเพศเธอในช่วงทศวรรษ 1990 และหลังจากนั้นเขายังได้โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์โดยตราหน้าว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่กุขึ้น ส่งผลให้ทรัมป์โดนคดีหมิ่นประมาทเพิ่มเติม
ทรัมป์ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้มาโดยตลอด และอ้างซ้ำ ๆ ว่าผู้พิพากษาที่ดูแลคดีแพ่งดังกล่าวอนุญาตให้มีการนำเสนอหลักฐานที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลต่อมุมมองของคณะลูกขุนที่มีต่อตัวเขา
...
เมื่อปี 2568 ศาลอุทธรณ์รัฐบาลกลางได้เห็นพ้องกับคำตัดสินของคณะลูกขุน และระบุว่าไม่มีเหตุผลอันควรที่จะต้องเริ่มกระบวนการพิจารณาคดีใหม่ ทรัมป์จึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสูงสุดเข้ามาแทรกแซง ซึ่งในท้ายที่สุด ศาลสูงสุดก็ปฏิเสธที่จะรับพิจารณาคำร้องของนายทรัมป์
อย่างไรก็ตาม ศาลสูงสุดไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับการตัดสินใจไม่รับพิจารณาคดีในครั้งนี้ ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของศาลสูงสุด
อนึ่ง นี่ถือเป็นความหวังสุดท้ายของทรัมป์ในการพลิกคำตัดสินอันเป็นเอกฉันท์ของคณะลูกขุน และนั่นหมายความว่าเขาจะต้องจ่ายค่าเสียหายตามที่แครอลล์ได้รับอนุมัติจากศาล
นาง โรเบอร์ตา คาแพลน ทนายความของแครอลล์ กล่าวในแถลงการณ์ว่า การตัดสินใจของศาลสูงสุดในครั้งนี้ “เป็นการยืนยันอย่างเด็ดขาดถึงคำตัดสินที่เป็นเอกฉันท์ของคณะลูกขุนที่ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ได้ล่วงละเมิดทางเพศและหมิ่นประมาท อี. จีน แครอลล์ จริง”
“ความพยายามหลายต่อหลายครั้งของเขาในการอุทธรณ์คำตัดสินนั้นล้มเหลวทั้งหมด และคำสั่งศาลในวันนี้ได้ยุติการแสวงหาช่องทางหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองแล้ว” เธอกล่าวเสริม
ด้านนายทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social หลังศาลมีคำตัดสินว่า เขาจะยังคงต่อสู้กับ “คดีที่ถูกใช้เป็นอาวุธและสงครามกฎหมาย (Lawfare)” ซึ่งรวมถึง “ข้ออ้างเรื่องการหมิ่นประมาทอันน่าขบขัน ด้วยอำนาจและพละกำลังทั้งหมดที่มี”
“คดีนี้แท้จริงแล้วเป็นการต่อต้านสหรัฐอเมริกาและทุกสิ่งที่ประเทศนี้ยืนหยัด และไม่ควรปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับประธานาธิบดีคนอื่น หรือผู้สมัครชิงตำแหน่งในอนาคตอีกเลย” ข้อความของทรัมป์ระบุ
“รัฐนิวยอร์กได้ตรากฎหมายขึ้นมาในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อย้อนเวลากลับไปหลายทศวรรษ เพียงเพื่อจะ 'เล่นงาน' ผมอย่างไม่ถูกต้อง มันเป็นกฎหมายที่ทำขึ้นมาอย่างเฉพาะเจาะจง และความอยุติธรรมนี้จะปล่อยให้คงอยู่ต่อไปไม่ได้!”
ทั้งนี้ ในคำร้องที่ยื่นต่อศาลสูงสุด ทนายความของทรัมป์โต้แย้งว่า ทนายความของแครอลล์ไม่ควรเปิดเผยคลิปวิดีโอ “Access Hollywood” ปี 2548 ให้คณะลูกขุนเห็น ซึ่งในคลิปนั้นปรากฏภาพประธานาธิบดีพูดว่าตนเองลวนลามและจูบผู้หญิง
การแสดงความคิดเห็นของทรัมป์เกี่ยวกับผลการตัดสินของคณะลูกขุนในคดีนี้ ส่งผลให้คณะลูกขุนอีกชุดหนึ่งมีคำสั่งให้เขาจ่ายเงินให้แครอลล์เพิ่มอีก 83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฐานหมิ่นประมาทเธอ ซึ่งคณะผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รัฐบาลกลางได้ปฏิเสธคำร้องอุทธรณ์ของเขาต่อคำตัดสินดังกล่าวไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม แม้ศาลจะตัดสินว่าทรัมป์มีความผิดฐานหมิ่นประมาทและล่วงละเมิดทางเพศแครอลล์ แต่คณะลูกขุนได้ยกฟ้องข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขืนกระทำชำเรา ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาของรัฐนิวยอร์ก
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc