เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงที่จะยุติการโจมตีและยุติการเผชิญหน้าทางทหารรอบใหม่ในแถบอ่าวเปอร์เซีย โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมส่งตัวแทนกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางเทคนิคตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 14 ข้อ ที่เคยทำไว้เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา อีกครั้งที่ประเทศกาตาร์
ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวเกือบจะล่มสลายลงหลังจากเกิดเหตุการณ์ผลัดกันโจมตีอย่างรุนแรงตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อขีปนาวุธของอิหร่านพุ่งเป้าโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีโต้กลับอิหร่านเพื่อตอบโต้พฤติกรรมคุกคามการเดินเรือพาณิชย์ในเส้นทางพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก
ก่อนหน้าที่จะมีรายงานข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเพียงไม่กี่ชั่วโมง สถานการณ์ในภูมิภาคทวีความรุนแรงถึงขีดสุดเมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความข่มขู่ผ่านโซเชียลมีเดียอย่างดุเดือดว่า "หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านจะล่มสลายและไม่มีอยู่อีกต่อไป!"
หลังจากนั้นไม่นาน กองทัพเรือและกองทัพอากาศของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธและส่งโดรนจำนวนมากเข้าโจมตีฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ในประเทศคูเวตและบาห์เรน โดย IRGC อ้างว่าฝ่ายสหรัฐฯ เป็นผู้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน และขู่ว่าฐานทัพอเมริกันในภูมิภาคจะต้องเผชิญกับ "นรก" ในเร็ววัน
ทางการคูเวตสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธนำวิถีได้ 2 ลูก ขณะที่ในบาห์เรนมีรายงานว่าการโจมตีของอิหร่านสร้างความเสียหายให้แก่อาคารที่พักอาศัยในจังหวัดมูฮาร์รัก ส่งผลให้บาห์เรนเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เปิดประชุมด่วน ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่อเมริกันเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยของกาตาร์ยังเปิดเผยว่า มีชาวกาตาร์ 1 รายเสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดบนเรือลำหนึ่งที่หายไปในพื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร
...
วิกฤตการณ์ครั้งนี้เริ่มปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านใช้มาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและแก๊สธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของโลก จนกระทั่งมีการลงนาม MOU ร่วมกันเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เพื่อเปิดทางให้เรือสินค้าผ่านได้เสรี 60 วันแลกกับการระงับมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนจากสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงเปราะบางเนื่องจากเชื่อมโยงกับความขัดแย้งในเลบานอน โดยอิหร่านยื่นคำขาดว่า "การสู้รบในเลบานอนต้องยุติลง ข้อตกลงหยุดยิงในภาพรวมจึงจะดำเนินต่อไปได้" แต่ในทางกลับกัน แม้อิสราเอลและเลบานอนจะเพิ่งลงนามกรอบข้อตกลงสันติภาพไปเมื่อวันศุกร์ แต่อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่อิหร่านหนุนหลังอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกองทัพอิสราเอลได้ทำลายอุโมงค์ลับความยาว 200 เมตร ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งมีอาวุธเป็นจำนวนมาก โดยระบุว่าได้แจ้งให้สหรัฐฯ ทราบล่วงหน้าแล้ว
แม้ว่าในขณะนี้ สหรัฐฯ จะยืนยันว่าเรือสินค้าสามารถกลับมาสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเสรีและปลอดภัยอีกครั้ง แต่ทางฝั่งอิหร่านยังคงสงวนท่าทีและไม่มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อตกลง "ยอมถอย" ในครั้งนี้ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายยังคงจับตาดูผลการเจรจาที่จะเกิดขึ้นที่กาตาร์อย่างใกล้ชิดว่า จะสามารถรักษาสันติภาพที่เปราะบางนี้ไว้ได้นานเพียงใด.