ยุโรปต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดอย่างรุนแรงอีกหนึ่งวัน โดยหลายพื้นที่ทั่วทวีปมีอากาศร้อนทุบสถิติอุณหภูมิสูงสุดอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากความร้อนพุ่งเกือบ 400 ศพแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2569 สถิติอากาศร้อนจัดยังคงถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่องในประเทศเดนมาร์กและสาธารณรัฐเช็ก เนื่องจากคลื่นความร้อนในช่วงต้นฤดูร้อนชนิดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ได้แผ่ขยายตัวไปทางเหนือและตะวันออกของยุโรปมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ประเมินว่า ปัจจุบันมีประชากรในยุโรปราว 150 ล้านคนที่กำลังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงเกิน 35 องศาเซลเซียส และเตือนว่า คลื่นความร้อนในครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพและระบบนิเวศ

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเยอรมนีระบุว่า ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ติดต่อกันเป็นวันที่ 2 โดยอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 41.5 องศาเซลเซียสที่หมู่บ้านเมิกเคิร์น-เดรวิตซ์ (Möckern-Drewitz) ในรัฐแซกโซนี-อันฮัลต์ ทางตะวันออกของประเทศ

ตัวเลขดังกล่าวได้ทำลายสถิติเดิมที่ 41.3 องศาเซลเซียส ซึ่งเพิ่งถูกบันทึกไว้เพียงหนึ่งวันก่อนหน้านี้ที่เมืองซาร์บรึคเคิน (Saarbrucken) ใกล้กับพรมแดนฝรั่งเศส

“ความร้อนระดับนี้ไม่ใช่สภาพอากาศในฤดูร้อนที่น่าอภิรมย์ แต่มันคือวิกฤตทางสุขภาพ” คาทริน เกอริง-เอ็กการ์ดท์ นักการเมืองเยอรมันและอดีตผู้นำพรรคกรีน กล่าวบนแพลตฟอร์ม X

ที่กรุงเบอร์ลิน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงจำนวน 2 คันออกมาฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อช่วยคลายความร้อนให้แก่ประชาชน

ทางด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสาธารณรัฐเช็ก (CHMI) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่บันทึกสถิติอุณหภูมิที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันเสาร์ โดยวัดได้ 40.8 องศาเซลเซียส ณ สถานีตรวจวัดอากาศในเมืองดกซานี (Doksany) ทางตอนเหนือของกรุงปราก

...

ขณะที่พยากรณ์อากาศในเดนมาร์กเปิดเผยว่า มีการบันทึกอุณหภูมิเบื้องต้นที่ 37 องศาเซลเซียสในเมืองโอดุม (Odum) ใกล้กับเมืองออร์ฮุส ซึ่งตัวเลขนี้ได้ทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลเดิมที่ 36.4 องศาเซลเซียส ซึ่งเคยทำไว้ในปี 2519

นอกจากนี้ สวิตเซอร์แลนด์ทำลายสถิติวันที่ร้อนที่สุดในเดือนมิถุนายนติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อวันเสาร์ โดยปรอทวัดอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 39 องศาเซลเซียสที่เมืองบาเซิลทางตอนเหนือของประเทศ

“คลื่นความร้อนที่ไม่ธรรมดานี้ มีสาเหตุมาจากพื้นที่ความกดอากาศสูงที่เคลื่อนตัวช้าและคงอยู่เป็นเวลานาน หรือที่เรียกกันว่า 'โดมความร้อน' (Heat dome)” นายเบน ริช ผู้ประกาศข่าวสภาพอากาศหลักของบีบีซี อธิบาย “ภายใต้ระบบความกดอากาศสูงนี้ มวลอากาศที่กดตัวลงต่ำจะเกิดการบีบอัดและร้อนขึ้น ทำให้อุณหภูมิขยับสูงขึ้นในทุก ๆ วัน”

“นอกจากนี้ ท้องฟ้าส่วนใหญ่ยังคงปราศจากเมฆเปิดทางให้แสงแดดที่แผดเผาอย่างรุนแรงยิ่งเพิ่มความร้อนให้สูงขึ้นไปอีก” เขากล่าวเสริม

ทั้งนี้ คลื่นความร้อนระลอกล่าสุด ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในคาบสมุทรไอบีเรีย เป็นสาเหตุหรือมีส่วนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายร้อยคนในยุโรปตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

นับตั้งแต่คลื่นความร้อนเริ่มเปิดฉากขึ้น จำนวนผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำในฝรั่งเศส ขณะพยายามลงเล่นน้ำเพื่อคลายร้อนเพิ่มเป็นอย่างน้อย 55 ศพ โดยราย 2 ใน 3 ในจำนวนนี้ ลงเล่นน้ำในพื้นที่ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย

ขณะที่ระบบเฝ้าระวังสาธารณสุข "โมโม" (MoMo) ของสเปน พบผู้เสียชีวิตที่อาจมีความเชื่อมโยงกับสภาพอากาศที่ร้อนแล้วถึง 327 ศพ ในช่วงระหว่างวันอาทิตย์ (21 มิ.ย.) ถึงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (25 มิ.ย.)


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc