มวลความร้อนในยุโรปเริ่มเคลื่อนตัวไปทางตะวันออก แผ่ความร้อนปกคลุมหลายประเทศมากขึ้น ในขณะที่ฝรั่งเศสยกระดับเตือนภัยอีกโดยระบุว่า แม้แต่คนหนุ่มสาวก็เสี่ยงอันตรายจากความร้อน
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย. 2569 ทางการฝรั่งเศสประกาศยกระดับเตือนภัยด้านสาธารณสุขสู่ระดับสูงสุด (ระดับ 3) เพื่อระดมบุคลากรทางการแพทย์มารับมือสถานการณ์คลื่นความร้อน โดยรัฐมนตรีสาธารณสุขเตือนว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ไม่ได้เป็นอันตรายแค่กับผู้สูงอายุ แต่คนหนุ่มสาวที่แข็งแรงดีก็มีความเสี่ยงเช่นกัน
หน่วยรถพยาบาลในกรุงปารีสรายงานว่า พบผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้น (Cardiac Arrest) เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าในรอบ 24 ชั่วโมง โดยนายเอ็มมานูเอล เกรกัวร์ นายกเทศมนตรีกรุงปารีสวิจารณ์ว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ยังออกมาวิ่งจ็อกกิงท่ามกลางสภาพอากาศเช่นนี้ถือเป็นพฤติกรรมที่ “ไร้ความรับผิดชอบ”
ที่เมืองแรนส์ (Rennes) พบผู้เสียชีวิตในบ้านพักแล้ว 5-6 ราย มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ในภูมิภาคเริ่มเข้าสู่ภาวะขาดแคลน นอกจากนี้ยังมีรายงานสลดพบเด็กอายุ 3 ขวบเสียชีวิตเนื่องจากถูกทิ้งไว้ในรถยนต์ในแถบปารีส และก่อนหน้านี้ไม่กี่วันก็มีเด็กเสียชีวิตในลักษณะเดียวกันอีก 2 รายทางตอนใต้ของประเทศ
สถานการณ์คลื่นความร้อนยังทำให้สหภาพครูฝรั่งเศสประกาศนัดหยุดงานประท้วง เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการทำงานร้อนจนไม่สามารถรับได้ ขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 แห่งต้องหยุดทำงานชั่วคราวเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด
ฝรั่งเศสยังต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน โดยบางพื้นที่ทางตะวันตกเตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง และมีการสั่งยกเลิกเทศกาลดนตรี Garorock วันแรก เนื่องจากคาดว่าอุณหภูมิจะสูงถึง 42 องศาเซลเซียส และอาจมีลมกระโชกแรง
...
ทั้งนี้ หลังจากสเปน สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสเผชิญความร้อนจัดมาหลายวัน มวลความร้อนกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออก ส่งผลกระทบวงกว้างในหลายประเทศมากขึ้น
ที่เยอรมนีและสาธารณรัฐเช็ก อุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียสในช่วงสุดสัปดาห์ ทางการเยอรมนีสั่งยกเลิกการแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนที่เมืองฮัมบูร์ก และบริการรถไฟในทั้งสองประเทศประกาศให้ผู้โดยสารสามารถยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ฟรีหากไม่จำเป็น
ส่วนที่สเปน แม้สภาพอากาศจะเริ่มเย็นลงจากมวลอากาศในมหาสมุทรแอตแลนติกที่เคลื่อนเข้ามา แต่ระบบเฝ้าระวังรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตที่อาจเกี่ยวเนื่องจากความร้อนแล้วถึง 213 ราย โดยเฉพาะวันพุธ (24 มิ.ย.) วันเดียวก็พบผู้เคราะห์ร้ายสูงถึง 95 รายแล้ว
ที่สหราชอาณาจักร สำนักอุตุนิยมวิทยาได้ขยายเวลาการเตือนภัยความร้อนรุนแรงระดับสีแดงในลอนดอนและอังกฤษตะวันออกเฉียงใต้
ขณะที่ในอิตาลี พิพิธภัณฑ์อุฟฟิซิ (Uffizi) ในเมืองฟลอเรนซ์ ต้องหยุดขายตั๋วชั่วคราวเนื่องจากระบบปรับอากาศไม่สามารถรองรับความร้อนจัดได้ โดยคาดว่าอุณหภูมิในอิตาลีจะพุ่งแตะ 40 องศาเซลเซียสในวันจันทร์หน้า
ผู้เชี่ยวชาญในอิตาลีชี้ว่า สภาพอากาศในเดือนมิถุนายนของศตวรรษนี้เปลี่ยนไปจากศตวรรษก่อนอย่างสิ้นเชิง โดยอุณหภูมิเฉลี่ยตอนกลางคืนสูงถึง 29 องศาเซลเซียส จากเดิมในอดีตที่เคยอยู่ที่ 17 องศาเซลเซียสเท่านั้น
ส่วนประเทศอื่นๆ ในยุโรปอย่างเช่น ลักเซมเบิร์กประกาศเตือนภัยระดับสีแดง, สวิตเซอร์แลนด์ประกาศเตือนภัยภัยแล้งรุนแรงสูงสุด, ส่วนเนเธอร์แลนด์และออสเตรีย เฉพาะในกรุงเวียนนา คาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งแตะ 39-40 องศาเซลเซียสในช่วงสุดสัปดาห์เช่นกัน
หัวหน้าฝ่ายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า "คลื่นความร้อนที่โหดร้ายในยุโรปครั้งนี้มีร่องรอยของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Climate Crisis) ปรากฏอยู่อย่างชัดเจน" พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนและสร้างระบบรับมือที่รวดเร็วกว่าเดิม
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc