ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามอิหร่าน หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ขณะที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" สั่งสอบสวนบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ หลังพบราคาขายปลีกหน้าปั๊มสวนทางต้นทุนน้ำมันดิบที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันนี้ (25 มิ.ย.) โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ร่วงลง 1.28 ดอลลาร์ หรือ 1.74% ลงไปแตะระดับต่ำสุดชั่วคราวที่ 72.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ของสหรัฐฯ ดิ่งลง 1.15 ดอลลาร์ หรือ 1.63% ลงมาอยู่ที่ 69.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. หรือหนึ่งวันก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว มาจากความหวังเรื่องอุปทานน้ำมันดิบจากตะวันกลางที่จะกลับเข้าสู่ตลาดในปริมาณมหาศาล หลังจากที่ทางเดินเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดในโลกอย่าง "ช่องแคบฮอร์มุซ" เริ่มทยอยเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง หลังจากถูกอิหร่านสั่งปิดเพื่อตอบโต้การโจมตีในช่วงสงคราม
ทิศทางราคาน้ำมันเริ่มกลับเป็นขาลงนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิหร่านได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อกำหนดกรอบเวลา 60 วันในการเจรจาประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและมาตรการยุติสงคราม จนนำไปสู่การเจรจาครั้งสำคัญที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งผลลัพธ์คือสหรัฐฯ ยอมผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านชั่วคราว
...
คริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ เปิดเผยในงานเสวนาแห่งหนึ่งว่า ขณะนี้ปริมาณการไหลเวียนของน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดสงครามแล้ว โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีน้ำมันดิบไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาร์เรลที่ถูกขนส่งผ่านช่องแคบนี้ออกไป อย่างไรก็ตาม การจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์อาจต้องใช้เวลาอีกไม่กี่สัปดาห์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเคลียร์ทุ่นระเบิดและสิ่งกีดขวางทางน้ำออกให้หมดเสียก่อน
ข้อมูลจาก Kpler บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลทางทะเลระบุว่า จำนวนเรือที่แล่นผ่านช่องแคบพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยส่วนใหญ่เป็นเรือขนส่งน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติเหลว และปุ๋ย โดยมีรายงานว่า ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมามีเรือแล่นผ่านไปแล้วราวกว่า 80 ลำ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เส้นทางเดินเรือทางตอนใต้ที่กองทัพเรือสหรัฐฯ คัดกรองแล้วว่าปลอดภัยจากทุ่นระเบิด ขณะที่ประเทศโอมานก็ได้เปิดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวเมื่อวันพุธเพื่อช่วยระบายเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดค้างอยู่เป็นจำนวนมากในอ่าวเปอร์เซีย
อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระบุว่า ตลาดน้ำมันอาจไม่ได้เพิ่มกำลังการผลิตจากฝั่งอิหร่านมากนัก โดยโกลด์แมน แซกส์ คาดการณ์ว่า จีนจะยังคงเป็นผู้ซื้อหลักของน้ำมันดิบอิหร่าน เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ต่อเรือของอิหร่านยังคงมีผลบังคับใช้อยู่
แม้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะดิ่งลงอย่างรวดเร็ว แต่ราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปหน้าปั๊มกลับไม่ได้ลดลงในอัตราส่วนที่เท่ากัน โดยปัจจุบันราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ ลดลงมาอยู่ที่ราว 3.93 ดอลลาร์ต่อแกลลอน หลังจากพุ่งแตะสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ที่ราคา 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเมื่อเดือนเมษายน แต่ตัวเลขนี้ก็ยังคงสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามค่อนข้างมาก
ประเด็นดังกล่าวทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งให้มีการตรวจสอบบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่หลายแห่ง เช่น Shell และ ExxonMobil โดยทรัมป์กล่าวหาบริษัทเหล่านี้ว่ากำลัง "ขูดรีด"ผู้ขับขี่รถยนต์ในอเมริกา
ด้านสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (API) ตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของสหรัฐฯ ออกมาตอบโต้ว่า ราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปไม่มีทางที่จะขยับลดลงเป็นเส้นขนานพร้อมๆ กับราคาน้ำมันดิบได้ทันที ขณะที่ในฝั่งสหราชอาณาจักร หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าได้ออกมาเปิดเผยผลตรวจสอบว่า ไม่พบหลักฐานการโก่งราคาอย่างแพร่หลายในหมู่บริษัทพลังงานอังกฤษ โดยชี้ว่าอัตรากำไรเฉลี่ยของบริษัทยังคงทรงตัวนับตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม
อีกหนึ่งประเด็นในภาคพลังงานที่ต้องจับตาคือ เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงน้ำมันของประเทศอิรักเปิดเผยว่า อิรักอาจจำเป็นต้องพิจารณา "ทุกทางเลือกที่เป็นไปได้" หากกลุ่มโอเปก (OPEC) ไม่ยอมปรับเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันดิบให้กับประเทศของตน ซึ่งกระแสข่าวเรื่องการส่งสัญญาณขู่ถอนตัวออกจากกลุ่มโอเปกของอิรักในครั้งนี้ เกิดขึ้นคล้อยหลังเพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ประกาศถอนตัวไปก่อนหน้านี้ โดยอิรักถือเป็น 1 ใน 5 ประเทศสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มโอเปกขึ้นมาที่กรุงแบกแดด.