ราคาน้ำมันดิบโลกลดลงจนต่ำกว่า 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางปะทุเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ หลังเรือบรรทุกน้ำมันเริ่มแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง
เมื่อวันพุธที่ 24 มิ.ย. 2569 ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) ดิ่งลงต่ำกว่า 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากมีเรือบรรทุกน้ำมันเดินทางกลับเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น ภายหลังทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลง
“การลดลงของราคาน้ำมันยังดำเนินต่อไป” คริส โบชองป์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดจากแพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์ IG กล่าว “สิ่งนี้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก ภายใต้สมมติฐานที่ว่าอุตสาหกรรมน้ำมันจะสามารถเร่งรีบเข้ามาเติมเต็มช่องว่างที่เกิดจากการหยุดชะงักนานหลายเดือนได้”
บริษัทติดตามเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าทางทะเล Kpler บันทึกว่ามีเรือขนส่งสินค้าเดินทางผ่านช่องแคบจำนวน 25 เที่ยวในวันอังคาร และ 17 เที่ยวในวันพุธ ซึ่งห่างไกลจากระดับก่อนเกิดสงครามซึ่งอยู่ที่ประมาณ 120 ลำต่อวันมาก
ด้านนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะรักษาบรรทัดฐานเดิมก่อนช่วงสงคราม ให้การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นไปโดยเสรีและไม่มีค่าธรรมเนียม เนื่องจากช่องแคบนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติหลักของโลก
อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งอิหร่านได้ประกาศย้ำหลายครั้งว่าตนตั้งใจจะคงสิทธิ์ในการควบคุมช่องแคบนี้ร่วมกับโอมาน และจะเรียกเก็บสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “ค่าบริการทางทะเล” สำหรับการแล่นเรือผ่านช่องแคบ
อีกด้านหนึ่ง หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีส่วนใหญ่ยังคงแสดงความอ่อนแอ โดยดัชนีแนสแด็ก (Nasdaq) ปิดตลาดแดนลบติดต่อกันเป็นวันที่ 3 หลังฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยในช่วงแรกต่อจากวันอังคารที่ดิ่งลงไปมากกว่า 2% เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไปของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
...
“นักลงทุนยังคงตั้งคำถามเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นกลุ่ม AI” แจ็ก แอบลิน จากบริษัท Cresset Capital กล่าว
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna