(ภาพจาก Khyber Pakhtunkhwa Police)


ตำรวจปากีสถานจับกุมชายคนหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่า กักขังและทารุณกรรมภรรยาชาวฝรั่งเศสกับลูก ๆ ของเขามานานร่วม 12 ปี นับตั้งแต่ย้ายมาจากออสเตรเลีย

สำนักข่าว BBC รายงานเมื่อ 24 มิ.ย. 2569 อ้างการเปิดเผยของตำรวจท้องถิ่นในปากีสถานว่า เจ้าหน้าที่จับกุมตัวชายคนหนึ่ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาว่ากักขังหน่วงเหนี่ยวภรรยาชาวฝรั่งเศสกับลูกๆ ของตนเองไว้ภายในบ้าน พร้อมทั้งทารุณกรรมพวกเขานานกว่าหนึ่งทศวรรษ

ผู้เป็นภรรยามีชื่อว่า ซิลวี ยาสมินา โดยเธออ้างกับตำรวจว่า สามีของเธอได้ทำร้ายร่างกายและจิตใจของคนในครอบครัว “เป็นประจำทุกวัน” และอธิบายว่าเขาเป็นคนที่มีพฤติกรรม “รุนแรงมาก”

ลูกชายคนหนึ่งของพวกเขาอาศัยจังหวะลักลอบหนีออกจากบ้านเพื่อไปแจ้งความกับตำรวจ นำไปสู่การบุกเข้าตรวจค้นบ้านพักในเมืองบารา (Bara) ซึ่งเป็นเมืองห่างไกลในแถบเทือกเขาของจังหวัดไคเบอร์ปัคตูนควา

ตำรวจพบตัวยาสมินาและลูก ๆ ทั้ง 5 คน อยู่ใน “ห้องที่คับแคบและทรุดโทรมอย่างหนัก” โดยตามร่างกายของทุกคนมีรอยฟกช้ำดำเขียวเต็มไปหมด

ขณะนี้ ยาสมินาและลูก ๆ ถูกนำตัวไปยังสถานพักพิงสตรีในเมืองเปศวาร์ (Peshawar) แล้ว โดยตำรวจระบุว่าพวกเธอมีแผนจะเดินทางกลับประเทศฝรั่งเศส

ทั้งนี้ ยาสมินา วัย 54 ปี เล่าว่า สามีของเธอกักขังเธอกับลูก ๆ ไว้ในบ้านอย่างสมบูรณ์ นับตั้งแต่ครอบครัวย้ายจากประเทศออสเตรเลียมายังปากีสถานในปี 2557

“จากคำให้การของฝ่ายหญิง... เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ไปพบปะกับใครเลย ลูกคนโตสองคนต้องเสียโอกาสทางการศึกษา ในขณะที่ลูกคนเล็กอีกสามคนซึ่งเกิดในปากีสถานก็ไม่เคยได้เข้าโรงเรียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว” นายตำรวจระดับสูงกล่าวกับ BBC ภาษาอูร์ดู

...

เจ้าหน้าที่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เป็นสามีมากนัก ทราบเพียงว่าเป็นชาวปากีสถาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเขา “พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมาย” ในออสเตรเลียตอนที่ทั้งคู่พบกันในปี 2546 และอาศัยอยู่ในออสเตรเลียจนถึงปี 2557 ก่อนจะย้ายมายังปากีสถานพร้อมกับลูกคนโตสองคน

“พวกเราถูกพรากเสรีภาพไป สามีของฉันไม่ได้ดูแลพวกเราในแบบที่สามีและพ่อของลูกพึงกระทำ เขาตบตีพวกเราและสร้างความกดดันให้กับการใช้ชีวิตของพวกเราในทุก ๆ วัน” ยาสมินาเขียนระบุในคำให้การที่ยื่นต่อตำรวจ ซึ่งเนื้อหาบางส่วนได้รับการเผยแพร่โดยสื่อท้องถิ่น

“ฉันรู้สึกว่าอนาคตของฉันถูกทำลายไปแล้ว และอนาคตของลูก ๆ ก็คงจะต้องถูกทำลายลงไปด้วยเช่นกัน”


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc