ทรัมป์อ้าง อิหร่านตกลงให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบนิวเคลียร์ได้ตลอดไป แม้ฝ่ายอิหร่านจะออกมาปฏิเสธ โดยยืนยันว่ายังไม่ได้มีการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์กับฝ่ายสหรัฐฯ เลย

เมื่อวันอังคารที่ 23 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวอ้างว่า อิหร่านตกลงยอมรับการตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์แบบไม่มีกำหนดหรือ "ชั่วกัลปาวสาน" (into infinity) แม้ว่าทางกรุงเตหะรานจะออกมาปฏิเสธก็ตาม พร้อมระบุว่าทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกปลดอายัดจะถูกนำไปใช้ซื้อสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากสหรัฐฯ

สหรัฐฯ ตกลงที่จะระงับมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านเป็นเวลา 60 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ หลังจากเสร็จสิ้นการเจรจาข้อตกลงสันติภาพรอบแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อหาทางยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือน

ก่อนหน้านี้ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจากับเจ้าหน้าที่อิหร่านที่บือร์เกินชต็อก (Buergenstock) รีสอร์ทบนภูเขาของสวิตเซอร์แลนด์ ได้วางรากฐานที่ดีสำหรับข้อตกลงขั้นสุดท้าย และอิหร่านได้ตกลงอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบนิวเคลียร์ของทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เดินทางกลับเข้าประเทศแล้ว

อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนยันว่าในการเจรจาดังกล่าว ซึ่งมีกาตาร์กับปากีสถานเป็นตัวกลาง ไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ และระบุว่าทางอิหร่านยังไม่ได้ตกลงที่จะเชิญผู้ตรวจสอบจาก IAEA กลับเข้าไปแต่อย่างใด

นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงในวันอังคารว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านไม่ได้ร่วมประชุมกับ ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการ IAEA ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และไม่มีแผนที่จะให้หน่วยงานสังเกตการณ์นิวเคลียร์แห่งสหประชาชาตินี้ เข้าตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ได้รับความเสียหาย

...

แต่ต่อมา โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน truth Social ตอบโต้แถลงการณ์ของนายบากาอี ซึ่งเขาระบุว่าเป็น “คำแถลงอันเป็นเท็จ” ของอิหร่าน และย้ำว่า “อิหร่านได้ตกลงอย่างสมบูรณ์และเต็มรูปแบบที่จะให้มีการตรวจสอบนิวเคลียร์ในระดับสูงสุดไปอีกนานแสนนานในอนาคต (ชั่วกัลปาวสาน!!!)”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า ทรัพย์สินใดๆ ของอิหร่านที่ถูกปลดอายัดภายใต้ข้อตกลงนี้ จะถูกนำไปเก็บไว้ในบัญชีเอสโครว์ (บัญชีเงินฝากที่มีบุคคลที่สามดูแล) และจะนำไปใช้ในการซื้ออาหารและเวชภัณฑ์จากสหรัฐฯ “ซึ่งรวมถึงข้าวโพด ข้าวสาลี และถั่วเหลือง”

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นในวันอังคาร เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้น

“อิหร่านเป็นประเทศเดียวที่จะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับทรัพย์สินของตนที่จะได้รับการปลดอายัด ดังนั้น ผมจึงขอปฏิเสธข้ออ้างใดๆ ที่ว่าประเทศอื่นจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจหรือกระบวนการเหล่านั้น” อาลี บาห์ไรนี บอกกับผู้สื่อข่าว


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna