"เคียร์ สตาร์เมอร์" แถลงอำลาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษและหัวหน้าพรรคแรงงานอย่างเป็นทางการ หลังเผชิญแรงกดดันภายในพรรคจากคะแนนนิยมที่ตกต่ำอย่างหนัก ยอมรับพร้อมก้าวลงจากตำแหน่งอย่างสมเกียรติเพื่อเปิดทางเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ภายในเดือนกันยายนนี้ คาด "แอนดี เบิร์นแฮม" ตัวเต็งจ่อรับตำแหน่งแทน ปูทางสู่นายกฯ คนที่ 7 ในรอบ 10 ปีของอังกฤษ
นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ แห่งสหราชอาณาจักร ได้แถลงข่าวครั้งสำคัญวันนี้ (22 มิ.ย.) โดยประกาศตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคแรงงาน หลังจากบริหารประเทศได้ไม่ถึง 2 ปี นับตั้งแต่ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 โดยกระบวนการสรรหาผู้นำคนใหม่จะเสร็จสิ้นก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะเปิดสมัยประชุมในเดือนกันยายนนี้
นายสตาร์เมอร์เดินออกจากบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง พร้อมกับภริยา ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงปรบมือจากเจ้าหน้าที่ เขาเปิดใจด้วยความตื้นตันใจว่า การได้ก้าวเข้าสู่ถนนสายนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้วถือเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต และความตั้งใจแรกในการเข้าสู่เส้นทางการเมืองคือการเปลี่ยนแปลงชีวิตของประชาชนหลายล้านคนให้ดีขึ้น
ก่อนการประกาศลาออก นายสตาร์เมอร์ได้ย้อนความหลังถึงการเข้ามาพลิกฟื้นพรรคแรงงาน โดยระบุว่าเขาได้รับมรดกเป็นพรรคการเมืองที่ "ล้มละลายทั้งในทางการเมือง การเงิน และศีลธรรม" และเคยถูกปรามาสซ้ำๆ ว่าพรรคได้จบสิ้นลงแล้ว แต่เขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าคนเหล่านั้นคิดผิด ด้วยการกวาดล้างลัทธิต่อต้านยิวที่เป็นดั่งยาพิษออกไปจากพรรค พร้อมทั้งฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ การป้องกันประเทศ และความมั่นคงแห่งชาติ จนสามารถพาลูกพรรคกลับมาเป็นรัฐบาลได้
อย่างไรก็ตาม จากแรงกดดันภายในพรรคที่สะสมมานานหลายเดือนประกอบกับคะแนนนิยมที่ร่วงลงต่ำที่สุดในบรรดาผู้นำอังกฤษ นายสตาร์เมอร์กล่าวว่า
...
"คำถามที่พรรคของเรากำลังถามอยู่ในตอนนี้คือ ผมยังคงเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดในการนำทัพสู้ศึกเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไปหรือไม่ ซึ่งผมได้ยินคำตอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคแล้ว และผมขอฟื้นรับคำตอบนั้นด้วยความเต็มใจและสมเกียรติ ทุกการตัดสินใจที่ผมทำลงไป มีเพียงสิ่งเดียวคือการเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติที่ผมรักมาเป็นอันดับแรก"
นายสตาร์เมอร์เผยว่า ได้โทรศัพท์แจ้งสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เมื่อเช้าวันนี้เพื่อกราบบังคมทูลรายงานการตัดสินใจดังกล่าวแล้ว โดยเขาได้ขอให้คณะกรรมการบริหารระดับชาติของพรรคแรงงานกำหนดกรอบเวลาการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งจะเปิดรับสมัครในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ และจะเสร็จสิ้นในช่วงปิดสมัยประชุมสภาภาคฤดูร้อน เพื่อให้ได้ผู้นำคนใหม่ก่อนเดือนกันยายน โดยในระหว่างนี้เขาจะยังคงปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีต่อไป และพร้อมจะสนับสนุนผู้สืบทอดตำแหน่งอย่างเต็มที่
ในช่วงท้ายของการแถลง นายสตาร์เมอร์ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ขณะกล่าวขอบคุณเพื่อนร่วมงาน และทิ้งท้ายว่าหลังจากสละเก้าอี้ที่ "ใหญ่ที่สุดในประเทศ" เขาจะกลับไปทำหน้าที่ "งานที่สำคัญที่สุดในชีวิต" นั่นคือการเป็นสามีที่ดีของ "วิก" ภริยาที่เป็นดั่งเสาหลักเคียงข้างเขาในทุกช่วงเวลา และเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ ก่อนที่จะสวมกอดภริยาและเดินกลับเข้าทำเนียบ
สถานการณ์รอบตัวของสตาร์เมอร์ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจาก นายแอนดี เบิร์นแฮม นายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์ผู้มีชื่อเสียงด้านทักษะการสื่อสาร ชนะการเลือกตั้งซ่อม สส. กลับเข้าสู่สภาได้อย่างเด็ดขาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยสามารถเอาชนะตัวแทนจากพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร (Reform UK) ของนายไนเจล ฟาราจ ที่มีคะแนนนิยมนำในโพลระดับชาติมานานกว่าปี ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ สส. พรรคแรงงานมองเห็นความหวังว่าเบิร์นแฮมจะสามารถกู้สถานการณ์ของพรรคขึ้นมาได้
หากกระบวนการเปลี่ยนผ่านเสร็จสิ้น ผู้นำคนใหม่นี้จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของอังกฤษ นับตั้งแต่การลงมติเบร็กซิตเมื่อ 10 ปีที่แล้ว สะท้อนถึงความไร้เสถียรภาพทางการเมืองของอังกฤษที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 2 ศตวรรษ เนื่องจากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงต่างไม่พอใจต่อความล้มเหลวในการพัฒนามาตรฐานความเป็นอยู่ บริการสาธารณะ และการจัดการปัญหาผู้ย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Citigroup เตือนว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางการคลังที่เปราะบางอย่างยิ่ง จากภาระหนี้สินระดับสูงของประเทศและต้นทุนการกู้ยืมที่พุ่งสูงที่สุดในกลุ่ม G7 ทำให้เหลือเครื่องมือในการพัฒนาประเทศค่อนข้างจำกัด ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของประชาชนในวิกฤตค่าครองชีพที่ยังคงไม่คลี่คลาย.