รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการออกวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น 5 เท่า โดยวีซ่าแบบเดินทางเข้าครั้งเดียว (Single-entry) พุ่งเป็น 15,000 เยน หรือราว 3,000 บาท มีผลบังคับใช้ 1 กรกฎาคมนี้ เผยเป็นการปรับราคาครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1978 เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของเงินเยน ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศเชื่อไม่กระทบต่อภาคการท่องเที่ยวในระยะสั้น
รัฐบาลญี่ปุ่นมีมติเห็นชอบในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 มิ.ย.) ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการออกวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนราคาครั้งแรกในรอบ 48 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 1978
ภายใต้มาตรการปรับราคาใหม่นี้ ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเภทเดินทางเข้าครั้งเดียว (Single-entry) จะถูกปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 3,000 เยน (ประมาณ 610 บาท) เป็น 15,000 เยน (ประมาณ 3,056 บาท) ขณะที่วีซ่าประเภทเดินทางเข้าออกได้หลายครั้ง (Multiple-entry) จะปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 6,000 เยน เป็น 30,000 เยน (ประมาณ 6,113 บาท)
นายโทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า อัตราค่าธรรมเนียมเดิมนั้นใช้มานานมากแล้ว การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้จึงทำขึ้นเพื่อสะท้อนถึงภาวะเงินเฟ้อ ราคาสินค้าที่สูงขึ้น รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า "เราไม่ได้คาดการณ์ว่าการปรับขึ้นราคาครั้งนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงในทันทีต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ"
ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นเผชิญกับการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2021 จนในปัจจุบันขยับเข้าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องเงินเยนที่อ่อนค่า ประกอบกับการฟื้นตัวของการเดินทางทั่วโลกหลังยุคการแพร่ระบาด กลับกลายเป็นตัวเร่งให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าสู่ญี่ปุ่นอย่างล้นหลาม โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเพิ่งทุบสถิติต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 42.7 ล้านคน
...
นอกจากนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สภาสูงของญี่ปุ่นยังได้ผ่านร่างกฎหมายปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ โดยกำหนดให้อัตราขั้นสูงตามกฎหมายสำหรับการยื่นขอสิทธิ์พำนักถาวร (Permanent Residency) เพิ่มขึ้นเป็นสูงสุดไม่เกิน 300,000 เยน ซึ่งสูงกว่าเพดานเดิมที่กำหนดไว้เพียง 10,000 เยนถึง 30 เท่า รวมถึงการขอเปลี่ยนสถานะการพำนัก หรือการขอต่ออายุการพำนักชั่วคราว ก็จะปรับเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุดไม่เกิน 100,000 เยน จากเดิม 10,000 เยนเช่นกัน
หน่วยงานภาครัฐที่ผลักดันการขึ้นค่าธรรมเนียมในครั้งนี้ระบุว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องปรับอัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าและใบอนุญาตพำนักให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศเศรษฐกิจขั้นนำอื่นๆ ในกลุ่ม G7 เช่นในสหรัฐอเมริกา ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่าประเภทชั่วคราว (Non-immigrant visa) มีราคาอยู่ที่ระหว่าง 185 ถึง 315 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,093 - 10,376 บาท) ขณะที่สหราชอาณาจักรวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้นมาตรฐาน (พำนักได้ไม่เกิน 6 เดือน) มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 135 ปอนด์ (ราว 5,873 บาท) ส่งผลให้อัตราค่าธรรมเนียมเดิมของญี่ปุ่นดูต่ำกว่ามาตรฐานสากลเป็นอย่างมากในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา.