ทางการแคว้นไครเมียที่ถูกรัสเซียผนวกรวม ประกาศระงับการขายน้ำมันให้แก่คนทั่วไป หลังจากยูเครนระดมโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมันอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 21 มิ.ย. 2569 ว่า ทางการท้องถิ่นของแคว้นไครเมีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ประกาศระงับการจำหน่ายน้ำมันให้แก่ประชาชนทั่วไปในภูมิภาคนี้แล้ว หลังจากยูเครนเดินหน้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมันในคาบสมุทรแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ ประชาชนในไครเมียถูกจำกัดปริมาณการซื้อน้ำมันอยู่แล้ว เนื่องจากสภาวะขาดแคลน ซึ่งเป็นผลมาจากปฏิบัติการของยูเครนที่โจมตีเส้นทางส่งกำลังบำรุงระหว่างแผ่นดินใหญ่ของรัสเซียกับแคว้นไครเมียในช่วงที่ผ่านมา
นายเซอร์เก อัคซอนอฟ ผู้ว่าการแคว้นไครเมียกล่าวว่า ประชาชนและภาคธุรกิจต่าง ๆ จะไม่สามารถซื้อน้ำมันจากสถานีบริการน้ำมันได้ โดยน้ำมันจะถูกจัดสรรให้เฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ดูแล "การขับเคลื่อนกลไกต่างๆ และความมั่นคง" ของไครเมียเท่านั้น
ก่อนหน้านี้นายอัคซอนอฟออกมาเปิดเผยว่า โดรนของยูเครนโจมตีคลังน้ำมันในเมืองเคิร์ช (Kerch) เมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ และบาดเจ็บอีก 28 ราย ขณะที่นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนระบุว่า ปฏิบัติการนี้คือ “การตอบโต้อย่างชอบธรรม” ต่อการโจมตีอันป่าเถื่อนของรัสเซีย
ทั้งนี้ รัสเซียผนวกแคว้นไครเมีย ซึ่งเคยอยู่ภายใต้การปกครองของยูเครน เข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายในปี 2557 และนับตั้งแต่สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 แคว้นแห่งนี้ก็เผชิญกับความยากลำบากด้านการขนส่งและการขาดแคลนสินค้า เนื่องจากการโจมตีของยูเครน
...
อย่างไรก็ตาม การระงับการขายน้ำมันให้ประชาชนทั่วไปถือเป็นข้อจำกัดด้านพลังงานที่รุนแรงที่สุดที่ไครเมียเคยเผชิญ
สำหรับการโจมตีคลังน้ำมันล่าสุด นายเซเลนสกีกล่าวว่า กองทัพยูเครนโจมตีฐานโลจิสติกส์เพื่อการขนส่งน้ำมันในแคว้นคราสโนดาร์ ของรัสเซีย ซึ่งตั้งอยู่ติดกับไครเมียโดยมีช่องแคบเคิร์ชคั่นอยู่ นอกจากนั้น พวกเขายังโจมตีฐานการขนส่งทางทหารและระบบเรดาร์ด้วย แต่ไม่ได้ระบุพิกัดแน่ชัด
นักวิเคราะห์มองว่า เป้าหมายของยูเครนในปัจจุบันคือ การตัดท่อน้ำเลี้ยงที่จะนำไปจุนเจือกองทัพรัสเซียด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกน้ำมัน นอกจากนี้ ยูเครนยังต้องการบั่นทอนขีดความสามารถทางทหารของรัสเซีย และสร้างความระส่ำระสายในหมู่ชาวรัสเซียให้ได้มากที่สุด โดยหวังว่าชาวรัสเซียจะบีบให้วลาดิเมียร์ ปูติน ยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจา
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังคงไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่า ปูตินจะเปิดโต๊ะเจรจา โดยเขาปฏิเสธคำชวนของเซเลนสกีที่เรียกร้องให้มีการเจรจาแบบพบหน้าเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc