รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศระงับโครงการอาหารฟรีสำหรับเด็กในช่วงปิดภาคเรียน พร้อมลดขอบเขตการดำเนินงานของโครงการ เพื่อควบคุมรายจ่ายภาครัฐและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรงบประมาณ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เรื่องต้นทุนสูง ปัญหาทุจริต และข้อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

สำนักงานโภชนาการแห่งชาติอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์ยืนยันการสั่งระงับโครงการแจกอาหารฟรีแก่นักเรียนทั่วประเทศชั่วคราว ในช่วงวันหยุดปิดภาคเรียนระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน ถึง 13 กรกฎาคมนี้ และจะบังคับใช้มาตรการนี้ในช่วงวันหยุดราชการ วันหยุดทางศาสนา รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ในอนาคตด้วย ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากปีที่ผ่านมาที่มีการแจกอาหารอย่างต่อเนื่องแม้เป็นช่วงปิดเทอม

นางอากุสตินา อารุมซารี รองหัวหน้าและโฆษกสำนักงานโภชนาการแห่งชาติ เปิดเผยว่า นอกจากการระงับแจกช่วงวันหยุดแล้ว รัฐบาลจะยุติการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวันแก่โรงเรียน 76 แห่ง ซึ่งมีนักเรียนรวมราว 39,000 คนในพื้นที่ที่มีความพร้อมทางเศรษฐกิจสูง และจะโยกย้ายทรัพยากรส่วนนี้ไปเน้นกลุ่มนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนแทน พร้อมระบุว่า ความเคลื่อนไหวนี้เป็นการปฏิรูปองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และ "เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากรของรัฐจะสร้างประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่มที่จำเป็นจริงๆ"

การปรับลดขนาดโครงการในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลอินโดนีเซียในการลดแรงกดดันต่อสถานะทางการเงินของประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสงครามในตะวันออกกลาง โดยงบประมาณของโครงการนี้ในปีปัจจุบันถูกหั่นลดลงจาก 335 ล้านล้านรูเปียห์ เหลือเพียง 268 ล้านล้านรูเปียห์

นอกจากนี้ ทางสำนักงานฯ ยังเตรียมเสนอปรับลดงบประมาณในปีหน้าลงอีก จากเดิมที่ตั้งไว้ 270 ล้านล้านรูเปียห์ เนื่องจากมองว่าเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป โดยการงดจ่ายเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ให้แก่ครัวกลางที่ต้องปิดทำการในช่วงวันหยุดเรียนนี้ คาดว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณของรัฐได้สูงถึง 3.4 ล้านล้านรูเปียห์ และอาจมีการสั่งปิดครัวกลางบางแห่งที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานหรือมีผู้รับบริการน้อยเกินไปเพิ่มเติมในอนาคต

...

โครงการแจกอาหารและนมฟรีนี้ ถือเป็นนโยบายหาเสียงสำคัญของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ที่ตั้งเป้าจะดูแลเด็กและสตรีมีครรภ์รวมกว่า 82.9 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประชากร เพื่อแก้ปัญหาภาวะแคระแกร็นในเด็กอินโดนีเซียที่มีอัตราสูงกว่าร้อยละ 20 โดยข้อมูล ณ เดือนมีนาคม มีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้แล้วกว่า 61 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว ทั้งในเรื่องงบประมาณที่สูงลิ่วจนเบียดบังงบพัฒนาส่วนอื่น เหตุการณ์อาหารเป็นพิษหมู่ของนักเรียนในหลายพื้นที่ และล่าสุดคือปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีปราโบโวเพิ่งสั่งปลดนายดาดัน ฮินดายานา หัวหน้าสำนักงานโภชนาการฯ พร้อมรองหัวหน้าอีก 2 คน เนื่องจากถูกตั้งข้อหา "กระทำความผิดอาญาในการบริหารจัดการองค์กร"

นอกจากปัญหาภายในแล้ว นโยบายนี้ยังจุดชนวนให้เกิดการประท้วงใหญ่ในกรุงจาการ์ตาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประชาชนนับร้อยรวมตัวกันขับไล่และเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการนี้ทันที เนื่องจากมองว่าเป็นการใช้จ่ายงบประมาณที่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ขณะที่ประชาชนกำลังเผชิญกับภาวะค่าครองชีพและเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงทุกวัน ซึ่งการปรับลดและจัดระเบียบโครงการใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลในการลดกระแสต่อต้านและอุดรอยรั่วไหลของงบประมาณแผ่นดิน.


ที่มา Reuters / AFP