เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกโรงปกป้อง MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน โดยยืนยันว่าเตหะรานจะไม่ได้รับเงินหรือผ่อนคลายคว่ำบาตร หากพวกเขาไม่ปฏิบัติตามสัญญา
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มิ.ย. 2569 เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีผลบังคับใช้แล้วในขณะนี้ ซึ่งจะส่งผลให้เริ่มเข้าสู่ช่วงเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาในขั้นต่อไป
เดิมที รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดการที่จะต้องเดินทางไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ เพื่อเข้าร่วมพิธีลงนามอย่างเป็นทางการและหารือเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปของข้อตกลง อย่างไรก็ตาม เขาส่งสัญญาณว่าแผนการดังกล่าวอาจไม่แน่นอนอีกต่อไป
“แผนของเราคือการเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ แต่ผมยังไม่ทราบเวลาที่แน่ชัด” นายแวนซ์กล่าว
ตลอดการแถลงข่าว แวนซ์เน้นย้ำหลายครั้งว่า อิหร่านจะไม่ได้รับเงินหรือการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรใด ๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่จะปฏิบัติตามข้อผูกพันต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในบันทึกความเข้าใจ
แวนซ์กล่าวว่า สหรัฐฯ จะใช้แนวทางแบบ “องค์รวม” เพื่อพิจารณาว่าอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงหรือไม่ ซึ่งรวมถึงการจับตาอย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลอิหร่านยังคงสนับสนุนเงินทุนในการโจมตีต่าง ๆ หรือพยายามจัดหาวัสดุนิวเคลียร์อยู่หรือไม่
นอกจากนั้น รองประธานาธิบดียังระบุว่าตนเองไม่ทราบมูลค่าที่แน่ชัดของทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ แต่กล่าวว่ามันมีมูลค่า “มหาศาล” อาจมากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
แวนซ์กล่าวเสริมว่า สหรัฐฯ คาดหวังว่าท้ายที่สุดแล้วอิหร่านจะยอมอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบนิวเคลียร์เดินทางเข้าประเทศ พร้อมทั้งยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ สามารถกลับไปดำเนินปฏิบัติการทางทหารได้ทุกเมื่อหากจำเป็น
...
ขณะเดียวกัน แวนซ์ยังได้วิพากษ์วิจารณ์สมาชิกบางคนในรัฐบาลอิสราเอลที่ออกมาโจมตี โดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับข้อตกลงในครั้งนี้ โดยย้ำว่า นายทรัมป์คือ “ประมุขแห่งรัฐเพียงคนเดียวในโลก ณ เวลานี้ ที่เห็นอกเห็นใจอิสราเอล และเขาก็บังเอิญเป็นผู้นำของประเทศที่เป็นมหาอำนาจของโลกด้วย”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc