ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ลงนามดิจิทัลในข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ณ พระราชวังแวร์ซายส์ เพื่อเปิดช่องให้มีการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อย่างเต็มรูปแบบภายใน 60 วัน เปิดทางให้อิหร่านลดระดับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ แลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้ร่วมลงนามแบบดิจิทัลในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างเป็นทางการ โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลางในการเจรจา ซึ่งข้อตกลงนี้ถือเป็นเอกสารฉบับแรกที่ลงนามโดยประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในอิหร่านเมื่อปี 1979
รายงานระบุว่า ทรัมป์ได้จรดปากกาลงนามในช่วงระหว่างการรับประทานอาหารค่ำ ณ พระราชวังแวร์ซายส์ ประเทศฝรั่งเศส หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีจากนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และผู้นำโลกที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน จากเดิมที่สหรัฐฯ ระบุว่าพิธีลงนามอย่างเป็นทางการสำหรับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะจัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ (19 มิ.ย.)
ด้านเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้แสดงความสงสัยในเรื่องนี้ โดยกล่าวกับสำนักข่าว IRIB ว่า เนื่องจากประธานาธิบดีทั้งสองได้ลงนามไปแล้ว "จึงจะไม่มีพิธีลงนามใดๆ จัดขึ้นในสวิตเซอร์แลนด์"
ผู้นำยุโรปมีความกังวลเช่นเดียวกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ไม่เคยสนับสนุนการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่จะทำสงครามโดยปราศจากการอนุมัติจากสหประชาชาติ และกังวลว่าอิหร่านจะได้รับอำนาจต่อรองมากขึ้นจากการต้านทานการโจมตีของมหาอำนาจและยืนยันการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
...
ผู้นำของฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ ญี่ปุ่น อิตาลี แคนาดา และสหรัฐฯ เรียกร้องในแถลงการณ์ร่วมให้มีการหยุดยิงทันทีในเลบานอน ซึ่งในบันทึกข้อตกลงเรียกร้องให้ยุติการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลลาห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคนและทำให้ผู้คนกว่าล้านคนต้องพลัดถิ่น
ข้อตกลงที่มีกรอบเวลาไม่เกิน 60 วัน ฉบับนี้ มีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านจนลุกลามเป็นสงครามภูมิภาค โดยมีเงื่อนไขสำคัญ เช่น อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญของโลกในทันที โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ส่วนสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมทางเรือต่อท่าเรือต่างๆ ของอิหร่าน และระงับมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอิหร่านมาอย่างยาวนานทันที
นอกจากนั้น อิหร่านตกลงที่จะลดความเข้มข้นของคลังสำรองยูเรเนียมที่มีคุณสมบัติสูงลง ภายใต้การควบคุมดูแลของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) พร้อมยืนยันว่าจะไม่สร้างอาวุธนิวเคลียร์ และหากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย สหรัฐฯ จะช่วยประสานงานเพื่อปล่อยเงินทุนฟื้นฟูประเทศหลังสงครามมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.78 ล้านล้านบาท) ซึ่งสนับสนุนโดยกลุ่มประเทศในภูมิภาค รวมถึงยกเลิกการอายัดสินทรัพย์ของอิหร่าน
แม้จะมีการลงนาม แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงใช้ถ้อยคำที่ดุดันในการแถลงข่าว โดยระบุว่า "เราจะทิ้งระเบิดใส่พวกเขาให้ยับหากพวกเขาละเมิดข้อตกลงนี้ ผมไม่ได้อยากทำแบบนั้น ผมอยากให้พวกเขาปฏิบัติตามสัญญา" ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์ยังยอมถอยจากคำมั่นสัญญาเดิมที่เคยบอกว่าจะทำลายล้างอุตสาหกรรมขีปนาวุธของอิหร่านให้สิ้นซาก โดยกล่าวว่า "ถ้าประเทศอื่นมีขีปนาวุธได้ มันก็ไม่ยุติธรรมถ้าอิหร่านจะไม่มีบ้าง"
ทางด้านฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ นำโดย สว.บิล คาสซิดี จากพรรครีพับลิกันของทรัมป์เอง ได้ออกมาวิจารณ์ข้อตกลงนี้อย่างรุนแรง โดยชี้ว่าเป็นความล้มเหลวด้านนโยบายต่างประเทศที่แย่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เนื่องจากไม่ได้จำกัดความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างแท้จริง และทำให้อิหร่านรู้ว่าการขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซนั้นได้ผล
ขณะที่นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่าน ได้แถลงผ่านโทรทัศน์แห่งชาติชื่นชมว่านี่คือชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของอิหร่าน โดยระบุว่า "ทุกสิ่งที่เราพยายามบรรลุผ่านการทำสงคราม เราได้รับมันกลับมามากกว่าเดิมหลายเท่าผ่านการเจรจา" เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านยังคงอยู่ คลังยูเรเนียมไม่ได้ถูกยึด และขีปนาวุธก็ไม่ได้ถูกทำลาย
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม ก่อนจะดีดตัวกลับขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากทรัมป์ออกมาขู่ขวัญอิหร่านรอบใหม่
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าข้อตกลงนี้จะระบุให้ครอบคลุมถึงการหยุดยิงในเลบานอนด้วย แต่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้พยายามเอาตัวออกห่างจากข้อตกลงนี้ เนื่องจากอิสราเอลไม่ได้มีส่วนร่วมในการเจรจา ส่งผลให้กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่ถล่มพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย ขณะที่กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ก็ได้ส่งโดรนกามิกาเซ่โจมตีกลับ จนทหารอิสราเอลได้รับบาดเจ็บ 5 นาย
โดยทรัมป์ได้กล่าวตำหนิเนทันยาฮูอย่างนุ่มนวลต่อสื่อมวลชนว่า "เนทันยาฮูเป็นคนดี แต่บางครั้งก็ตื่นตูมเกินไปหน่อย เรามีความเห็นต่างกันเล็กน้อยเกี่ยวกับเลบานอน ผมบอกเขาว่า "บีบี เบาลงหน่อยก็ได้ คุณไม่จำเป็นต้องพังตึกทิ้งทุกครั้งที่มีคนของเฮซบอลเลาะห์เดินเข้าไปหรอก’"
...
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มเปิดฉากการเจรจารายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนเป็นเวลา 2 เดือนนับจากนี้ เพื่อมุ่งสู่การทำสนธิสัญญาสันติภาพที่ถาวรต่อไป.
ที่มา AFP / Reuters