สื่อสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์ ที่เปิดเผยเอกสารประเมินราคาภายในของรัฐบาล ระบุว่า โครงการก่อสร้างห้องจัดเลี้ยงหรือห้องบอลรูมแห่งใหม่บริเวณปีกตะวันออกของทำเนียบขาวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีมูลค่าพุ่งสูงถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.95 หมื่นล้านบาท และมีการนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้จ่ายในโครงการนี้ไปแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่ง
รายงานระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสวนทางกับสิ่งที่โดนัลด์ ทรัมป์ เคยแถลงต่อสื่อมวลชนมาโดยตลอด โดยก่อนหน้านี้เขาอ้างว่าโครงการนี้จะใช้งบประมาณราว 400 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นจาก 200 ล้านดอลลาร์ที่เคยประเมินไว้ตอนเปิดตัวโครงการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 และยืนกรานหลายครั้งว่าจะใช้เงินบริจาคจากภาคเอกชนและทุนส่วนตัวของเขาเองทั้งหมด โดยจะไม่แตะต้องเงินภาษีของประชาชนแม้แต่เซนต์เดียว
อย่างไรก็ตาม เอกสารสรุปโครงการจากบริษัท คลาร์ก คอนสตรัคชัน (Clark Construction) ซึ่งเป็นผู้รับเหมาหลัก ที่ส่งถึงทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ระบุชัดเจนว่า งบประมาณได้บานปลายไปถึง 600 ล้านดอลลาร์ โดยมีเงินจาก "แหล่งทุนเอกชน" เพียง 293 ล้านดอลลาร์ ส่วนที่เหลืออีกกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเงินงบประมาณรัฐบาลที่มาจากภาษีประชาชน ประกอบด้วย งบประมาณจากหน่วยอารักขาประธานาธิบดี 155 ล้านดอลลาร์, สำนักงานทหารประจำทำเนียบขาว 149 ล้านดอลลาร์ และงบการจัดการที่พำนักประธานาธิบดีอีก 3 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ เอกสารกำกับสินค้าและอีเมลยังเผยว่า รัฐบาลได้อนุมัติจ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินจำนวนหลายสิบล้านดอลลาร์ให้แก่บริษัทผู้รับเหมาไปแล้วตั้งแต่เริ่มโครงการ รวมถึงเงินจำนวน 3.6 ล้านดอลลาร์เพื่อเตรียมพื้นที่ก่อนการทุบทำลายอาคาร และอีก 1.6 ล้านดอลลาร์เป็นค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนอาคารประวัติศาสตร์ปีกตะวันออก ซึ่งทรัมป์สั่งทุบทิ้งไปเมื่อปีที่แล้วโดยไม่ได้ปรึกษาหารือกับสภาคองเกรส
...
ด้านนายเดวิส อิงเกิล โฆษกทำเนียบขาว ออกแถลงการณ์ตอบโต้รายงานข่าวดังกล่าว โดยยังคงยืนยันว่า ประธานาธิบดีทรัมป์และกลุ่มผู้บริจาคชาวอเมริกันผู้รักชาติ ร่วมกันสนับสนุนเงินทุนในส่วนของห้องบอลรูมเป็นจำนวนเงินประมาณ 400 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับประธานาธิบดีในรุ่นต่อๆ ไป
ทำเนียบขาวพยายามชี้แจงว่า เม็ดเงินส่วนที่มาจากงบประมาณรัฐนั้นเป็นงบด้านระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งแยกส่วนออกจากตัวห้องจัดเลี้ยงชัดเจน โดยโครงการนี้จะรวมถึงการสร้างโรงพยาบาลไว้ที่ชั้นใต้ดิน และมีสถานีจอดโดรนอยู่บนดาดฟ้าอาคาร
นอกจากนี้ โฆษกทำเนียบขาวยังได้ยกเหตุการณ์สกัดแผนก่อเหตุก่อการร้ายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเอฟบีไอ สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัย 5 รายที่พยายามโจมตีงานแข่งขัน UFC ในทำเนียบขาวที่ทรัมป์เข้าร่วม รวมถึงเหตุการณ์ที่มีชายพกอาวุธพยายามบุกพังงานเลี้ยงกาล่าสื่อมวลชนเมื่อเดือนเมษายน มาเป็นข้ออ้างว่า "นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำเนียบขาวจำเป็นต้องมีห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ 90,000 ตารางฟุตที่มีโครงสร้างป้องกันโดรนและระบบความปลอดภัยขั้นสูงเช่นนี้" เนื่องจากห้องอีสต์รูม (East Room) เดิมหรือสนามหญ้าทิศใต้ มีขนาดเล็กเกินไปและไม่ปลอดภัยเพียงพอ
รายงานชิ้นนี้จุดชนวนให้พรรคเดโมแครตออกมาโจมตีทรัมป์อย่างรุนแรง โดยนางแคทเธอรีน คลาร์ก ประธานวิปฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า "ทรัมป์โกหกทุกครั้งที่บอกว่าจะไม่ใช้เงินภาษีประชาชนแม้แต่ดอลลาร์เดียวกับห้องบอลรูมสุดหรูของเขา แต่กลับไม่มีเงินแม้แต่เหรียญเดียวที่จะไปช่วยลดค่าครองชีพให้ครอบครัวคนอเมริกัน"
ขณะเดียวกัน สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนเริ่มแสดงความกังวลว่า ประเด็นอื้อฉาวเรื่องความฟุ่มเฟือยนี้อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากปัจจุบันชาวอเมริกันกำลังเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพอย่างหนัก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์อันเนื่องมาจากสงครามในอิหร่าน ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนพบว่า ชาวอเมริกันถึง 56% ไม่เห็นด้วยกับการทุบตึกประวัติศาสตร์เพื่อสร้างห้องบอลรูมใหม่นี้
ปัจจุบัน โครงการก่อสร้างดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางการต่อสู้ทางกฎหมาย หลังจากที่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นมีคำสั่งในเดือนมีนาคมให้ระงับการก่อสร้างเหนือพื้นดินตามคำร้องของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและประวัติศาสตร์ ทว่าต่อมาศาลอุทธรณ์ได้สั่งชะลอคำสั่งระงับดังกล่าวไว้ก่อน ทำให้การก่อสร้างยังคงดำเนินไปได้ในระหว่างที่รอคำตัดสินขั้นสุดท้ายจากศาลอุทธรณ์ ซึ่งทรัมป์ยังคงเดินหน้าพาสื่อมวลชนทัวร์ไซต์งานพร้อมกล่าวย้ำคำเดิมว่า "นี่คือของขวัญที่ผมมอบให้สหรัฐอเมริกา และนี่คือเงินส่วนตัวของผมกับผู้บริจาค ไม่ใช่เงินภาษี"
ที่มา USA TODAY / Washington Post