ตำรวจนครโฮจิมินห์ร่วมกับองค์กรพิทักษ์สัตว์ บุกทลายเครือข่ายขโมยและค้าแมวข้ามจังหวัดรายใหญ่ ยึดแมวของกลางที่ยังมีชีวิตได้กว่า 400 ตัว รวมถึงแมวที่ถูกแช่แข็งรอส่งร้านอาหารอีก 80 ตัว เผยแก๊งดังกล่าวลักลอบขโมยแมวมานาน 3 ปี ล่าสุดเจ้าของแมวทยอยเดินทางมารับสัตว์เลี้ยงกลับแล้วกว่า 40 ตัว

กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนคดีอาญา สำนักงานตำรวจนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม แถลงผลงานครั้งสำคัญหลังเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรม บุกทลายเครือข่ายลักลอบดักจับ รวบรวม และค้าส่งแมวข้ามจังหวัดรายใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 9 ราย

จากการขยายผลคำให้การของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นจุดพักสัตว์ขนาดใหญ่บริเวณลานจอดรถจุ๊กกวิญ ในจังหวัดเต็ยนิญ พบแมวที่ยังมีชีวิตถูกขังอยู่ในกรงเหล็ก 45 กรง รวมกว่า 400 ตัว และยังพบแมวที่เสียชีวิตแล้วอีกประมาณ 80 ตัว ถูกแช่แข็งอยู่ภายในถังโฟมขนาดใหญ่ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังขยายผลไปยึดแมวเพิ่มได้อีก 21 ตัวจากอีกซ่อนหนึ่งในเขตลินห์ซวน รวมแมวที่ได้รับการช่วยเหลือในคดีนี้ทั้งหมดกว่า 500 ตัว

จากการสอบสวนพบว่า แก๊งคนร้ายยังรวมถึงนายเหงียน แถ่ง ตวน และนางสาวเหงียน ถิ แถ่ง ตัม ในฐานะหัวหน้าขบวนการ โดยร่วมมือกับพรรคพวกออกตระเวนวางกับดักและขโมยสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านในช่วงเวลากลางคืน ทั่วพื้นที่ภาคใต้ของเวียดนามและเขตรอยต่อมานานกว่า 3 ปี โดยจะนำแมวมาขายต่อให้นายเล ฮวิญ บ๊า พ่อค้าคนกลางในราคากิโลกรัมละ 50,000 ดอง (ประมาณ 62 บาท) ก่อนที่นายบ๊าจะนำไปขายต่อให้โรงเชือดและร้านอาหารในราคา 70,000 ดอง (ประมาณ 87 บาท) เพื่อกินส่วนต่าง

องค์กรพิทักษ์สัตว์ Humane World for Animals เปิดเผยว่า ล่าสุดมีเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ทราบข่าวเข้ามาประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสามารถยืนยันตัวตนจนได้รับกลับคืนสู่ครอบครัวแล้วอย่างน้อย 40 ตัว ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความตื้นตัน เนื่องจากสัตว์เลี้ยงเหล่านี้เปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่มีคุณค่าทางจิตใจ

...

คอรันวีร์ คูเครจา ตัวแทนจากองค์กรฯ กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจเวียดนามสำหรับ "การตัดสินใจที่เด็ดขาดในการเข้าทลายแก๊งนี้ ซึ่งช่วยรักษาชีวิตสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงไว้ได้เป็นจำนวนมาก"

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้อนุรักษ์เปิดเผยว่า มีแมวที่ได้รับการช่วยเหลือประมาณ 100 ตัว ได้ล้มตายลงในเวลาต่อมา เนื่องจากทนต่อสภาพความแออัดและบอบช้ำจากการถูกกักขังและขนส่งอย่างทารุณไม่ไหว

ในปัจจุบัน แมวที่เหลือรอดชีวิตอีกหลายร้อยตัวยังคงต้องถูกควบคุมดูแลไว้ที่สถานีตำรวจชั่วคราว เพื่อใช้เป็น "วัตถุพยาน" ในกระบวนการทางกฎหมายและการดำเนินคดีชั้นศาล ซึ่งสร้างความกังวลใจให้แก่กลุ่มสิทธิสัตว์เป็นอย่างมาก เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวอาจทำให้สัตว์เกิดความเครียดและเจ็บป่วยได้ ทางองค์กรฯ จึงได้สนับสนุนอาหารสัตว์ รวมถึงส่งพัดลมและอุปกรณ์ระบายความร้อนเข้าไปติดตั้งในพื้นที่กักกันเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พวกมันเป็นการชั่วคราว

แม้ว่าการบริโภคเนื้อสุนัขและเนื้อแมวจะเป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมายในประเทศเวียดนาม และมีร้านอาหารเปิดขายอย่างเปิดเผย แต่กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าผู้ค้าจะต้องมีใบรับรองแหล่งที่มาของสัตว์อย่างถูกต้อง ซึ่งกรณีนี้เป็นการลักทรัพย์และทารุณกรรมสัตว์เลี้ยงอย่างชัดเจน

ทางสำนักงานตำรวจโฮจิมินห์จึงได้ออกประกาศประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงที่ทำสัตว์เลี้ยงสูญหายในช่วงที่ผ่านมา เดินทางเข้าติดต่อตรวจสอบและรับแมวคืนได้ที่แผนกสืบสวนสอบสวน พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ร่วมเป็นพยานเพื่อเอาผิดแก๊งอาชญากรกลุ่มนี้ให้ถึงที่สุดต่อไป.


ที่มา CÔNG AN TP.HỒ CHÍ MINH / AFP