ทีมชาติอิหร่านเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 ด้วยผลเสมอนิวซีแลนด์ 2-2 ที่นครลอสแอนเจลิส ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่เข้มข้น ท่ามกลางเสียงเชียร์ และเสียงโห่ระหว่างเพลงชาติอิหร่าน การแสดงจุดยืนต่อต้านรัฐบาลและข้อจำกัดด้านการเดินทาง จากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่ทำให้เกมนี้มีความหมายมากกว่าเรื่องฟุตบอล

การแข่งขันฟุตบอลโลกนัดเปิดสนามกลุ่ม บี ที่สนามโซไฟ สเตเดียม ในนครลอสแอนเจลิส กลายเป็นเวทีสะท้อนรอยร้าวและความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง โดยทีมชาติอิหร่าน ที่อันดับโลกเหนือกว่า 65 อันดับ ต้องไล่ตามตีเสมอทีมนิวซีแลนด์ถึงสองครั้ง ก่อนจบเกมด้วยผลเสมอ 2-2 แบ่งไปทีมละ 1 แต้ม

เกมนี้นิวซีแลนด์ได้ประตูออกนำก่อนจากเอลิจาห์ จัสต์ ในช่วงครึ่งแรก ก่อนที่รามิน เรซาเอียน แบ็กขวาของอิหร่านจะเติมขึ้นมายิงตีเสมอ ถัดมาในครึ่งหลัง เอลิจาห์ จัสต์ ยิงประตูให้นิวซีแลนด์นำอีกครั้งเป็น 2-1 แต่อิหร่านไม่ยอมแพ้ รวบรวมสมาธิก่อนได้ โมฮัมหมัด โมเฮบบี โหม่งลูกเปิดของ เรซาเอียน เข้าไปในนาทีที่ 64 ช่วยให้ทีมรอดพ้นความพ่ายแพ้ไปได้อย่างหวุดหวิด

ขณะที่บรรยากาศรอบสนามที่มีแฟนบอลเข้าชมกว่า 70,000 คน กลับอบอวลไปด้วยประเด็นทางการเมือง เนื่องจากลอสแอนเจลิสเป็นเมืองที่มีชาวอิหร่านพลัดถิ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในโลก จนถูกขนานนามว่า "เตหะรานเจเลส" (Tehrangeles) โดยก่อนเริ่มเกม แฟนบอลจำนวนมากได้พากันโห่ฮาและเป่านกหวีดใส่เพลงชาติอิหร่านเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลเตหะราน ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงนอกสนามพากันตีกลองและตะโกนต่อต้านกองทัพ โดยมองว่าทีมฟุตบอลชุดนี้เป็นเพียงเครื่องมือชวนเชื่อของรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีการชู "ธงรูปสิงโตและดวงอาทิตย์" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอิหร่านก่อนการปฏิวัติอิสลามปี 1979 เต็มอัฒจันทร์ แม้ว่าสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า จะพยายามสั่งห้ามแล้วก็ตาม

...

หลังสิ้นเสียงนกหวีด ความขัดแย้งเชิงนโยบายระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านก็ปะทุขึ้นทันที เมื่ออามีร์ กาเลนอย หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอิหร่าน ออกมาเปิดเผยว่า ทีมของเขาถูกคำสั่งลึกลับบังคับให้ต้องเดินทางออกจากสหรัฐฯ กลับไปยังแคมป์เก็บตัวที่เมืองติฮัวนา ประเทศเม็กซิโก ทันทีหลังจบเกมเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทั้งที่ตามกำหนดการเดิมที่ทีมต้องค้างคืนที่แคลิฟอร์เนียเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของนักเตะ

กาเลนอย กล่าวผ่านล่ามว่า "พวกเช้าไม่ได้ให้เวลาเราพักฟื้นเลย พอแข่งเสร็จเขาก็บอกทันทีว่า 'พวกคุณต้องออกไปเดี๋ยวนี้' มันแปลกมาก เหมือนมีคนอื่นคอยวางแผนกลั่นแกล้งเราตลอดเวลา ผมคิดว่าทีมของเราเป็นทีมที่ถูกกดขี่และน่าสงสารที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้แล้ว" พร้อมระบุว่าอาการตะคริวกินของนักเตะหลายคนในเกมนี้ เกิดจากการเดินทางที่ยากลำบากและการตรวจค้นที่เข้มงวดเกินกว่าเหตุของทางการสหรัฐฯ

ด้านเมห์ดี ตาเรมี กัปตันทีมคนสำคัญได้กล่าวโจมตีทัศนคติของสหรัฐฯ โดยเล่าว่าตอนเดินทางเข้ามาแข่ง พวกเขาต้องเสียเวลาเดินทางและตรวจความปลอดภัยนานถึง 5 ชั่วโมง ทั้งที่ระยะทางใกล้มาก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สต๊าฟฟ์โค้ช ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลอิหร่าน และเจ้าหน้าที่สื่อสารมวลชนหลายคนยังถูกสหรัฐฯ ปฏิเสธวีซ่า ทำให้ทีมขาดบุคลากรในการช่วยเหลือ "ทุกอย่างที่พวกเราต้องเจอ มันคือภัยพิบัติอย่างแท้จริง ฟีฟ่าควรยื่นมือเข้ามาช่วยเรามากกว่านี้" 

อีกหนึ่งประเด็นร้อนในห้องแถลงข่าวเกิดขึ้นเมื่อ รามิน เรซาเอียน ผู้ทำประตูแรกให้อิหร่าน ถูกผู้สื่อข่าวต่างชาติตั้งคำถามถึงกรณีที่แฟนบอลชาวอิหร่านพลัดถิ่นพากันโห่ใส่เพลงชาติตัวเอง ซึ่งทำให้เจ้าตัวตอบกลับอย่างสุภาพแต่แฝงความดุดันว่า "ถ้าหากพวกเรามีปัญหากันเองภายใน นั่นมันคือเรื่องของเรา ไม่ใช่เรื่องของคุณ ผมเคารพคุณนะ แต่นี่คือเรื่องระหว่างคนอิหร่านด้วยกัน และเราจะจัดการสะสางกันเอง ไม่ต้องมาเป็นห่วง" ก่อนที่เรซาเอียนจะปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับการเมืองเพิ่มเติม และย้ำว่าต้องการตอบเฉพาะคำถามเรื่องฟุตบอลเท่านั้น พร้อมชื่นชมว่าคนในประเทศของเขายอดเยี่ยมและน่าภาคภูมิใจเพียงใด

ความตึงเครียดของแมตช์นี้เกิดขึ้นตามหลังการประกาศข้อตกลงกรอบความร่วมมือเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ที่เปิดฉากสู้รบกันมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะยอมเจรจาสันติภาพและเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่ผลกระทบจากสงครามยังคงฝังรากลึก ส่งผลให้กระบวนการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในกลุ่มที่อิหร่านต้องเตะบนแผ่นดินสหรัฐฯ ทั้ง 3 นัด เต็มไปด้วยอุปสรรคทางมาตรการทางการทูต

สำหรับสถานการณ์ในกลุ่ม บี ปัจจุบัน ทั้ง 4 ทีมอันได้แก่ อิหร่าน, เบลเยียม, อียิปต์ และนิวซีแลนด์ มีคะแนนเท่ากันหมดที่ 1 คะแนน โดยเกมนัดถัดไปของทีมชาติอิหร่านจะต้องเจอกับงานหนักอย่าง เบลเยียม ที่เมืองอิงเกิลวูด ในวันอาทิตย์นี้ ก่อนจะเดินทางไปปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มพบกับ อียิปต์ ที่เมืองซีแอตเทิลในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากต้องการสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์เป็นครั้งแรก ทัพ "ทีม เมลลี" จะต้องฝ่าฟันทั้งคู่แข่งในสนามและเกมนอกสนามที่ดุเดือดไม่แพ้กัน.


ที่มา Reuters / Associated Press / AFP