รัฐสภาสวีเดนผ่านกฎหมายใหม่ 2 ฉบับ ให้อำนาจเจ้าหน้าที่เพิกถอนสิทธิ์พำนักของผู้อพยพที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น เบี้ยวหนี้ ทำงานนอกระบบ หรือเอี่ยวกลุ่มสุดโต่ง พร้อมบังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐต้อง "แจ้งเบาะแส" ผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารทางกฎหมายให้ตำรวจทราบ ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการชี้ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและกระตุ้นให้เกิดการเหยียดเชื้อชาติ
รัฐสภาสวีเดนลงมติผ่านกฎหมายตรวจสอบพฤติกรรมผู้อพยพ หรือที่ถูกเรียกในทางการเมืองว่า "กฎหมายความประพฤติดี" (Good Behaviour Law) เปิดทางให้หน่วยงานรัฐสามารถเพิกถอนใบอนุญาตพำนักของผู้อพยพได้ หากมีพฤติกรรมที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสม แม้พฤติกรรมนั้นจะไม่ได้ถูกตัดสินว่าเป็นความผิดทางอาญาก็ตาม
กฎหมายดังกล่าวครอบคลุมทั้งคำขอที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และสามารถนำไปใช้ย้อนหลังกับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่แล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเข้มงวดด้านการย้ายถิ่นฐานของรัฐบาลฝ่ายขวาของสวีเดนและพรรคสนับสนุนสายชาตินิยม ก่อนการเลือกตั้งรัฐสภาที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายน
รัฐบาลสวีเดนระบุว่า ผู้ที่กระทำผิดหรือไม่ปฏิบัติตามกติกาของสังคม ไม่ควรได้รับสิทธิอยู่ต่อในประเทศ แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนดนิยามพฤติกรรมต้องห้ามไว้อย่างชัดเจน แต่ตัวอย่างที่รัฐบาลยกขึ้นมา ได้แก่ การค้างชำระหนี้ การไม่เสียภาษี การทำงานนอกระบบ การกระทำผิดกฎหมาย และความเชื่อมโยงกับองค์กรหัวรุนแรง การพิจารณาเพิกถอนสิทธิพำนักจะอยู่ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผู้ได้รับผลกระทบยังสามารถอุทธรณ์ต่อศาลตรวจคนเข้าเมืองได้
นายโยฮัน ฟอร์สเซลล์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการย้ายถิ่นฐานของสวีเดน ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายเมื่อเดือนมีนาคม ระบุว่า ผู้ที่ไม่พยายามปฏิบัติตามกฎของสังคม ไม่ควรคาดหวังว่าจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศต่อไป
...
การผลักดันกฎหมายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการคุมเข้มนโยบายคนเข้าเมืองโดยรัฐบาลฝ่ายขวา และพรรคสนับสนุนอย่างพรรค "ประชาธิปไตยสวีเดน" (Sweden Democrats) ซึ่งเป็นพรรคชาตินิยม เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายนนี้
นอกจากกฎหมายความประพฤติแล้ว รัฐสภาสวีเดนยังได้ผ่านกฎหมายอีกฉบับด้วยคะแนนเสียงฉิวเฉียด 174 ต่อ 172 เสียง ซึ่งเป็นกฎหมายบังคับให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานรัฐ เช่น เจ้าหน้าที่สรรพากร, สำนักงานจัดหางาน, สำนักงานประกันสังคม และสำนักงานราชทัณฑ์ ต้องแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีหากพบเห็นหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า บุคคลที่มาติดต่อประสานงานไม่มีเอกสารอนุญาตให้อยู่อาศัยในสวีเดนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเร่งกระบวนการผลักดันคนออกนอกประเทศให้เร็วขึ้นตามนโยบายของสหภาพยุโรป
อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ได้ยกเว้นให้กับกลุ่มวิชาชีพอย่าง ครู แพทย์ และนักสังคมสงเคราะห์ หลังจากโดนกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้
ฝ่ายคัดค้านและองค์กรสิทธิมนุษยชนเตือนว่า กฎหมายทั้งสองฉบับอาจสร้างความไม่แน่นอนทางกฎหมาย เปิดช่องให้เกิดการเลือกปฏิบัติ และทำให้ผู้อพยพหลีกเลี่ยงการเข้าถึงบริการภาครัฐ โดยเฉพาะบริการด้านสาธารณสุข
นักวิชาการและนักสิทธิมนุษยชนยังชี้ว่า แนวทางลักษณะนี้พบได้ไม่มากในยุโรป แม้บางประเทศอย่างเยอรมนีจะมีมาตรการรายงานผู้พำนักผิดกฎหมายในบางหน่วยงาน แต่ได้ยกเว้นโรงเรียนและโรงพยาบาลเพื่อจำกัดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ขณะที่สหราชอาณาจักรเคยปรับลดการเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง หลังเกิดความกังวลว่าผู้อพยพจะหลีกเลี่ยงการรักษาพยาบาล.
ที่มา Reuters / Associated Press