กองกำลังตำรวจติดอาวุธและหน่วยคอมมานโดของจีนกว่า 50 นาย บุกจู่โจมทลายการประกอบพิธีทางศาสนาในวันอาทิตย์ของ "คริสตจักรพันธสัญญาฝนต้นฤดู" (Early Rain Covenant Church) หนึ่งในโบสถ์โปรเตสแตนต์ใต้ดินที่มีอิทธิพลที่สุดในจีน กวาดต้อนศาสนิกชนกว่า 30 รายรวมถึงเด็กและคนชราไปสอบปากคำ
แถลงการณ์จากคริสตจักรพันธสัญญาฝนต้นฤดู (Early Rain Covenant Church) เปิดเผยผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ระหว่างที่คริสตชนกำลังร่วมพิธีนมัสการอยู่ภายในห้องบอลรูมของโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเมืองเจียงโหยว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
โดยกองกำลังตำรวจติดอาวุธและหน่วยจู่โจมพิเศษ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 50 นาย ได้บุกเข้าไปในห้องโถงพร้อมสั่งยุติกิจกรรมทันที ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่ทางคริสตจักรนำมาเปิดเผยแสดงให้เห็นภาพกลุ่มผู้นับถือคริสต์นั่งรวมกันอยู่กลางห้อง โดยมีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบพร้อมอาวุธครบมือยืนล้อมรอบ นอกจากนี้ยังมีคลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบขึ้นไปบนเวทีและตะโกนสั่งให้หยุดร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า แต่กลุ่มศาสนิกชนยังคงปักหลักร้องเพลงและสวดภาวนาต่อไป
ทางคริสตจักรระบุว่า มีผู้นำและสมาชิกโบสถ์มากกว่า 30 คน ถูก "บังคับควบคุมตัวขึ้นรถตำรวจหลายคัน" เพื่อนำตัวไปสอบสวนที่ศูนย์ควบคุมตัวเมืองเจียงโหยว ขณะที่สมาชิกที่เหลือซึ่งรวมถึงผู้สูงอายุและเด็ก ๆ ถูกขังไว้ภายในห้องบอลรูมเพื่อตรวจสอบสัญชาติและบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่ยังพยายามกดดันให้ผู้ที่ถูกกักตัวลงนามในเอกสารคำให้การเพื่อแลกกับการปล่อยตัว แต่ทุกคนปฏิเสธ จนกระทั่งเวลา 18.00 น. ทั้งหมดจึงได้รับการปล่อยตัวออกมา ส่วนกลุ่มที่ถูกนำตัวไปสอบปากคำที่ศูนย์ควบคุมตัวทยอยได้รับอิสรภาพในช่วงเวลา 21.00 น. ถึง 23.00 น. ของคืนวันอาทิตย์
...
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ นายเหยียน หง และ นายอู่ อู่ชิง สองนักเทศน์ผู้นำคริสตจักรดังกล่าวยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ โดยทางการจีนยังไม่มีการแถลงไขถึงสาเหตุหรือตั้งข้อหาใด ๆ อย่างเป็นทางการ ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งสองเคยถูกทางการควบคุมตัวมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดคือเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาในข้อหาอย่าง "หาเรื่องทะเลาะวิวาทและก่อความเดือดร้อน"
คริสตจักรพันธสัญญาฝนต้นฤดู ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2008 ที่เมืองเฉิงตู และตกเป็นเป้าหมายในการเฝ้าระวังของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาโดยตลอด เนื่องจากนโยบายควบคุมศาสนาที่เข้มงวดของรัฐบาลจีน ก่อนหน้านี้ในปี 2018 ศิษยาภิบาลผู้ก่อตั้งคริสตจักรอย่าง "หวัง อี้" ได้ถูกจับกุมตัวจากการบุกค้นครั้งใหญ่ และปัจจุบันยังคงรับโทษจำคุก 9 ปี ในข้อหา "ยุยงปลุกปั่นให้ล้มล้างอำนาจรัฐ" และ "ดำเนินธุรกิจอย่างผิดกฎหมาย"
แม้ว่าทางการจีนจะเคยระบุในปี 2018 ว่ามีชาวคริสต์ในประเทศราว 44 ล้านคน แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้นับรวมผู้ที่เข้าร่วมในคริสตจักรใต้ดิน หรือที่เรียกกันว่า "โบสถ์บ้าน" อีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีนโยบายกดดันและบังคับให้ชาวคริสต์ต้องเข้าร่วมเฉพาะคริสตจักรที่จดทะเบียนและรับรองโดยรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งกลุ่มโบสถ์ของรัฐจะต้องใช้ศิษยาภิบาลที่ผ่านการเห็นชอบและอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคฯ
บ็อบ ฟู ผู้ก่อตั้ง "ไชน่าเอด" (ChinaAid) องค์กรไม่แสวงหากำไรที่เฝ้าติดตามการกดขี่ทางศาสนาในจีน ได้ออกมาประณามเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า "การบุกจู่โจมในวันอาทิตย์เป็นอีกหนึ่งสิ่งเตือนใจที่เด่นชัดว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังคงมองว่าการนมัสการอย่างสงบของชาวคริสต์ เป็นภัยคุกคามต่อการควบคุมอำนาจของรัฐบาล"
ทั้งนี้ สถานการณ์ของคริสตจักรใต้ดินในจีนทวีความรุนแรงและถูกรัดเข็มขัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ โดยเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ผู้นำศาสนาถึง 30 คนของ "คริสตจักรไซออน" ซึ่งเป็นหนึ่งในโบสถ์ใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในจีน ก็เพิ่งถูกกวาดล้างและจับกุมพร้อมกันใน 7 เมืองใหญ่ทั่วประเทศ และปัจจุบัน "เอสรา จิน" ผู้ก่อตั้งคริสตจักรไซออน ก็ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเช่นกัน.
ที่มา BBC