สื่อทางการอิหร่านประกาศกำหนดการจัดพิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยพิธีจะเริ่มขึ้นในกรุงเตหะรานวันที่ 4 กรกฎาคม ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังเมืองศักดิ์สิทธิ์มัชฮัดเพื่อประกอบพิธีฝังในวันที่ 9 กรกฎาคม

สื่อรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า พิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับของอิหร่าน จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการที่กรุงเตหะราน ในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ และจะสิ้นสุดลงด้วยพิธีฝังศพ ที่เมืองมัชฮัด  เมืองศักดิ์สิทธิ์ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาในวันที่ 9 กรกฎาคม

ตามหลักศาสนาอิสลาม ร่างของผู้เสียชีวิตจะต้องได้รับการฝังอย่างรวดเร็วที่สุดภายใน 24 ชั่วโมง แต่กฎระเบียบระบุว่าสามารถยกเว้นได้ในสภาวะสงคราม ซึ่งเดิมทีพิธีฝังร่างมีกำหนดจัดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ต้องถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากสถานการณ์สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ โดยรายงานระบุว่า ก่อนพิธีฝังจะมีพิธีสวดที่กรุงเตหะรานเป็นเวลา 3 วัน และจะมีพิธีสำคัญอีกครั้งที่เมืองกุม เมืองศักดิ์สิทธิ์ทางตอนใต้ในวันที่ 7 กรกฎาคม

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ในวัย 86 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากการโจมตีทางอากาศร่วมกันระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ ซึ่งระเบิดทำลายล้างทำเนียบที่พักใจกลางกรุงเตหะรานจนพังราบ โดยคาเมเนอีดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านยาวนานถึง 36 ปี เขามีบทบาทสำคัญในการสร้างกองทัพและการขยายอำนาจทางทหารของอิหร่านผ่านกลุ่มตัวแทนในตะวันออกกลาง เช่น กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และต่อต้านสหรัฐฯ อย่างแข็งกร้าวมาโดยตลอด

ภายหลังการสูญเสีย "โมจตาบา คาเมเนอี" บุตรชายวัย 56 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บและสูญเสียภรรยาจากการโจมตีครั้งเดียวกัน ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่แทนบิดา แต่เขาไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะมากนักนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น อย่างไรก็ตาม นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า โมจตาบาเริ่มมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการขับเคลื่อนการเจรจาระหว่างประเทศ หลังมีการประกาศข้อตกลงหยุดยิงไปเมื่อวันที่ 8 เมษายน

...

ในขณะที่มีการประกาศเตรียมจัดพิธีศพ สัญญาณการสิ้นสุดของความขัดแย้งก็ปรากฏขึ้นเด่นชัด โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล ระบุว่า "ข้อตกลงเพื่อยุติการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน มีกำหนดจะลงนามในวันอาทิตย์นี้ (14 มิ.ย.) และทันทีหลังจากลงนาม ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้เรือทุกลำผ่านได้ตามปกติ" นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านว่า เมื่อสถานการณ์สงบลง สหรัฐฯ จะเข้าไปเคลื่อนย้ายอาวุธนิวเคลียร์ออกมาเพื่อทำลายทิ้งในเวลาที่เหมาะสม

สอดคล้องกับถ้อยแถลงของ นายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ในฐานะประเทศตัวกลางไกล่เกลี่ยคนสำคัญ ที่ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุกรอบข้อตกลงสันติภาพได้แล้วหลังจากเผชิญสงครามนานกว่า 3 เดือน โดยขณะนี้ปากีสถานกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับ "การลงนามในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์" ที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมงนี้ ก่อนจะเริ่มการเจรจาระดับเทคนิคในสัปดาห์หน้า

ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ยอมรับว่าข้อตกลงใกล้จะบรรลุผลจริง โดยจะครอบคลุมถึงการยุติความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน รวมถึงการยกเลิกมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ แต่ในส่วนของ "โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน" อารักชีระบุว่าจะแยกไปเจรจาในภายหลัง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรงกับทางฝั่งสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่อิหร่านจะได้รับคืนนั้น ขึ้นอยู่กับความร่วมมือในการปฏิบัติตามข้อผูกพัน

อย่างไรก็ตาม นายอิสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ยังคงแสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้เกี่ยวกับกรอบเวลาของทรัมป์ โดยระบุว่าอาจจะต้องรอความชัดเจนเรื่องวันที่แน่นอนในการลงนามบันทึกความเข้าใจ และ "อาจจะยังไม่ใช่ในวันพรุ่งนี้" ขณะที่ทรัมป์เองก็ทิ้งท้ายด้วยคำเตือนว่า หากข้อตกลงนี้ไม่ราบรื่นหรือเสร็จสิ้นโดยเร็ว สหรัฐฯ ก็มี "ทางเลือกขั้นเด็ดขาด" เตรียมพร้อมไว้รองรับเช่นกัน.


ที่มา Reuters / BBC