ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำสั่งระงับการประหารชีวิตนักโทษประหารในรัฐอะลาบามาด้วยวิธีสูดก๊าซไนโตรเจน หลังศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าวิธีดังกล่าวอาจเข้าข่ายการลงโทษที่โหดร้ายและผิดปกติ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ นับเป็นการแทรกแซงในนาทีสุดท้ายที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในคดีโทษประหาร

ศาลฎีกาสหรัฐฯ ออกคำสั่งแบบไม่ลงนามผู้พิพากษา ปฏิเสธคำร้องอุทธรณ์ของรัฐอะลาบามาที่ต้องการเดินหน้าประหารชีวิต นายเจฟเฟอรี ลี  วัย 49 ปี ซึ่งมีกำหนดจะถูกประหารชีวิตด้วยวิธีให้ร่างกายขาดออกซิเจนด้วยก๊าซไนโตรเจน (Nitrogen Hypoxia) ในเวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นวานนี้ (11 มิ.ย.) หลังจากที่เขาถูกตัดสินความผิดในคดีฆาตกรรมประชาชน 2 ราย ระหว่างการบุกปล้นร้านรับจำนำเมื่อปี 1998 และต้องโทษจำคุกในแดนประหารมานานกว่า 20 ปี

ในคำสั่งฉุกเฉินของศาลฎีกาไม่ได้ระบุเหตุผลประกอบ ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับการพิจารณาคดีเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในคณะผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้ง 9 ราย มี 3 ราย ได้แก่ คลาเรนซ์ โทมัส, ซามูเอล อาลิโต และ นีล กอร์ซัช ที่เห็นแย้งและต้องการให้เดินหน้าประหารชีวิตตามคำร้องของรัฐ

ก่อนหน้านี้ คณะลูกขุนในคดีของนายลีเคยเสนอให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่ได้รับการปล่อยตัว แต่ผู้พิพากษาในขณะนั้นได้ใช้อำนาจพิเศษพลิกคำตัดสินของลูกขุนเป็นให้ประหารชีวิตแทน ซึ่งระบบอำนาจพิเศษของผู้พิพากษานี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้วในเวลาต่อมา

คำสั่งของศาลฎีกาสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางได้มีคำสั่งห้ามใช้ก๊าซไนโตรเจนในการประหารชีวิตอย่างถาวรเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากการไต่สวนในชั้นศาลเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งมีการรับฟังคำให้การจากผู้เชี่ยวชาญและพยานหลายปาก

ศาลชั้นต้นพบว่าวิธีการรมก๊าซไนโตรเจน ซึ่งทำโดยการครอบหน้ากากเพื่อปล่อยก๊าซไนโตรเจนบริสุทธิ์เข้าไปแทนที่อ็อกซิเจนจนนักโทษขาดใจตายนั้น เป็นวิธีที่ค่อนข้างใหม่และมีแนวโน้มที่จะทำให้ผู้ถูกประหารชีวิตต้องเผชิญกับ "ภาวะขาดอากาศอย่างรุนแรง" ตลอดจนความทุกข์ทรมานทางอารมณ์ ความวิตกกังวล ความเครียดทางสรีรวิทยา และความเจ็บปวดทางร่างกายอย่างสาหัส" ก่อนที่จะหมดสติและเสียชีวิต ซึ่งขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ที่ห้ามไม่ให้มีการลงโทษที่โหดร้ายและผิดปกติ เช่นเดียวกับองค์การสหประชาชาติที่เคยออกมาประณามวิธีนี้ว่าทารุณกรรม

...

ทางด้าน นายสตีฟ มาร์แชลล์ อัยการสูงสุดของรัฐอะลาบามา ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดยระบุว่าการสั่งระงับครั้งนี้คือ "ความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม" และไม่เป็นธรรมต่อครอบครัวของเหยื่อที่เตรียมจะมาร่วมเป็นสักขีพยานในการลงทัณฑ์ขั้นสุดท้าย อย่างไรก็ตาม รัฐอะลาบามายังคงมีสิทธิ์ที่จะยื่นขอประหารชีวิตนายลีด้วยวิธีอื่นแทน โดยอัยการสูงสุดย้ำว่า "รัฐพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้บทลงโทษตามกฎหมายของนายลีบรรลุผล"

รัฐอะลาบามาถือเป็นหนึ่งในไม่กี่รัฐของสหรัฐฯ ที่นำวิธีรมก๊าซไนโตรเจนมาใช้งาน โดยนับตั้งแต่ใช้วิธีนี้เมื่อเดือนมกราคมปี 2024 รัฐอะลาบามาได้ประหารชีวิตนักโทษด้วยวิธีนี้ไปแล้วรวม 7 ราย

สำหรับภาพรวมสถานการณ์โทษประหารชีวิตในสหรัฐฯ  ในปี 2026 มีการประหารชีวิตไปแล้วรวม 15 ราย ได้แก่ฟลอริดา 8 ราย, เท็กซัส 4 ราย, โอคลาโฮมา 2 ราย และแอริโซนา 1 ราย

ส่วนปี 2025 มีการประหารชีวิตทั่วประเทศรวม 47 ราย ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ที่มีการประหารชีวิต 52 ราย โดยรัฐฟลอริดามากที่สุด 19 ราย ตามมาด้วยอะลาบามา เซาท์แคโรไลนา และเท็กซัส รัฐละ 5 ราย โดยแบ่งเป็นการฉีดยาพิษ 39 ราย, การยิงเป้า 3 ราย และการรมก๊าซไนโตรเจน 5 ราย

ปัจจุบัน จากทั้งหมด 50 รัฐของสหรัฐฯ มี 23 รัฐที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตไปแล้วโดยสิ้นเชิง ขณะที่อีก 3 รัฐ ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย ออเรกอน และเพนซิลเวเนีย อยู่ภายใต้มาตรการชะลอการบังคับใช้กฎหมาย อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเป็นผู้สนับสนุนการลงโทษประหารชีวิต และเรียกร้องให้มีการขยายขอบเขตการใช้โทษประหารชีวิตสำหรับ "อาชญากรรมที่ร้ายกาจที่สุด" ของประเทศ.


ที่มา BBC / Associated Press