ภารกิจกู้ภัยในฟิลิปปินส์เป็นไปอย่างยากลำบาก หลังเจ้าหน้าที่เผชิญทั้งฝนตกหนักและอาฟเตอร์ช็อก ขณะเร่งค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 55 ราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฟิลิปปินส์กำลังเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่ หลังฝนตกหนักและแรงสั่นสะเทือนหลังแผ่นดินไหว หรืออาฟเตอร์ช็อก ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้การค้นหาผู้สูญหายเป็นไปอย่างล่าช้า ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 55 ราย

แผ่นดินไหวขนาด 7.8 ซึ่งเกิดขึ้นนอกชายฝั่งเกาะมินดาเนาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างหนัก อาคารหลายแห่งพังถล่ม เกิดดินถล่ม และทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากคำเตือนสึนามิ

สถานการณ์ในพื้นที่ประสบภัยยังเต็มไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะในจังหวัดซารังกานี ซึ่งได้รับความเสียหายรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเคลียร์เส้นทางที่ถูกดินและก้อนหินขนาดใหญ่ปิดกั้น พร้อมค้นหาผู้ที่ยังติดอยู่ใต้ซากอาคาร

เรเน ปุนซาลัน หัวหน้าหน่วยจัดการภัยพิบัติจังหวัดซารังกานีเปิดเผยว่า แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถเปิดเส้นทางได้หลายสายแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ส่งอาหารและน้ำดื่มให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้

เขาระบุว่าฝนที่ตกลงมาเมื่อคืนที่ผ่านมา รวมถึงอาฟเตอร์ช็อก เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการช่วยเหลือต้องหยุดชะงักเป็นระยะ

ทีมกู้ภัยต้องใช้รถแบ็กโฮเข้าช่วยเคลื่อนย้ายก้อนหินและซากปรักหักพัง แต่เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากยังมีแรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะนี้ยังมีรายงานผู้สูญหาย 31 คน โดยเจ้าหน้าที่เดินหน้าค้นหาอย่างเต็มที่ แต่ยอมรับว่าโอกาสพบผู้รอดชีวิตเริ่มลดลง หลังผ่านไปหลายวันนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว

...

หัวหน้าหน่วยภัยพิบัติซารังกานีกล่าวว่า หลังเวลาผ่านไปหลายวัน การพบผู้รอดชีวิตอาจต้องอาศัยปาฏิหาริย์ และภารกิจสำคัญในเวลานี้คือการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับคืนให้ครอบครัว

ด้านประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ได้ลงพื้นที่เมืองเจเนอรัล ซานโตส เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัย พร้อมประกาศจัดสรรงบประมาณ 100 ล้านเปโซ หรือประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อฟื้นฟูศาลากลางเมืองที่ได้รับความเสียหาย.


ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ