โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านสนับสนุนข้อตกลงที่เขาอ้างว่าทั้งสองฝ่ายได้บรรลุแล้ว และบอกอีกว่า อิหร่านตกลงที่จะยุติความพยายามในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านให้การสนับสนุนข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และเปิดเผยว่ารัฐบาลเตหะรานได้ตกลง “ในทางหลักการ” ที่จะอนุญาตให้สหรัฐฯ เข้ามาดูแลความปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์ และยุติความพยายามในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์แล้ว

“ผมเข้าใจว่าคำตอบคือใช่” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ ของทำเนียบขาว เมื่อถูกซักถามว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้อนุมัติข้อตกลงนี้แล้วหรือไม่ พร้อมเสริมว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการปิดล้อมในทันทีเมื่อมีการลงนามข้อตกลง

ทรัมป์ยังกล่าวยกย่องสิ่งที่เขาเรียกว่า “บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่เข้มแข็งมาก” ฉบับนี้ โดยระบุว่ามันอาจจะ “ดูเป็นกรอบแนวคิดไปบ้าง” แต่ยืนยันว่าอิหร่านได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะสละสิทธิ์ในการพัฒนาขีดความสามารถทางนิวเคลียร์แล้ว

“พวกเขาจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ พวกเขาตกลงในเรื่องนั้นแล้ว ... จะไม่มีการพัฒนาใด ๆ ซึ่งนี่คือเหตุผลทั้งหมด และเป็นเหตุผลส่วนสำคัญอย่างยิ่ง” ทรัมป์กล่าว “พวกเขาไม่เพียงแต่จะไม่มีมันเท่านั้น แต่จะไม่จัดซื้อ ไม่พัฒนา ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ในรูปแบบใด หรือในลักษณะใดก็ตาม ในสิ่งที่เกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์”

ทรัมป์อ้างด้วยว่า เขาเชื่อว่ากลุ่มผู้เจรจาของอิหร่านต้องการให้เกิดข้อตกลงนี้ “มากเท่ากับผม หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ”

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งโจมตีอิหร่านอย่างหนักในคืนวันพฤหัสบดี แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็ยกเลิกคำสั่งโดยอ้างว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถเห็นชอบประเด็นสุดท้ายที่ยังติดขัดในการทำข้อตกลงสันติภาพได้แล้ว โดยคาดกันว่าข้อตกลงดังกล่าวอาจมีการลงนามอย่างเร็วที่สุดภายในสุดสัปดาห์นี้

...

ทรัมป์อ้างว่า ปฏิบัติการทางทหารระลอกล่าสุดคือสิ่งที่บีบให้รัฐบาลเตหะรานยอมตกลงในข้อตกลงครั้งนี้ และระบุว่าอิหร่าน “โดนถล่มยับเยินในแบบที่น้อยคนนักจะทนรับไหว และตอนนี้พวกเขาก็อยากจะทำข้อตกลงมากกว่าผมเสียอีก”

อย่างไรก็ตาม กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ของอิหร่านยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยหรือยืนยันว่าพวกเขาได้ตกลงในเงื่อนไขใด ๆ แล้ว


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cnn