หญิงชาวไทยรายหนึ่งถูกนำตัวขึ้นศาลในนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา วันนี้ (11 มิ.ย.) หลังถูกจับกุมในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเมียนมา ซึ่งถูกพบเป็นศพภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้งเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยพบบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ-คอ ขณะที่ทางการไทยเข้าให้ความช่วยเหลือทางกงสุลแล้ว
แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมาเปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า หญิงสัญชาติไทยรายหนึ่งที่ถูกจับกุมในข้อหาพัวพันกับการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนักการทูตชาวอเมริกัน มีกำหนดถูกนำตัวขึ้นศาลเขตกามายุต ในนครย่างกุ้ง
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา ณ อาคารชุดพักอาศัยและโรงแรม "ซากุระ เรสซิเดนซ์" ซึ่งตั้งอยู่ในย่าน "โกลเดน วัลเลย์" ย่านหรูหราอันเป็นที่ตั้งของสถานทูตและบ้านพักนักการเมือง โดยอยู่ห่างจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเมียนมาเพียง 1.5 กิโลเมตร ส่งผลให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มนักการทูต เจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติ เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ และนักธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะยาว
รายงานข่าวระบุว่า นักการทูตชาวอเมริกันรายนี้เป็นชายอายุ 43 ปี เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนแต่แพทย์ประกาศว่าเสียชีวิตตั้งแต่มาถึง โดยสภาพศพพบบาดแผลฉีกขาดรุนแรงบริเวณศีรษะและลำคอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมาสืบสวนและมุ่งเป้าไปที่ประเด็น "การฆาตกรรม" ก่อนจะเข้าควบคุมตัวหญิงชาวไทยที่พักอาศัยอยู่ในห้องพักของทูตรายนี้ขณะเกิดเหตุไว้เป็นผู้ต้องสงสัยหลัก
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุเพียงสั้น ๆ ว่า มี "ลูกจ้างของรัฐบาลสหรัฐฯ" ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง เสียชีวิตจริง แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยอัตลักษณ์หรือรายละเอียดอื่น ๆ ของผู้ตาย
...
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในอีเมลตอบกลับสำนักข่าวเอพีว่า "เพื่อเป็นการเคารพต่อความเป็นส่วนตัวของครอบครัวและผู้อันเป็นที่รักของผู้เสียชีวิต ทางกระทรวงฯ จึงยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมที่จะชี้แจงต่อสื่อมวลชนในเวลานี้"
ขณะเดียวกัน ด้านกระทรวงการต่างประเทศของไทยแถลงชี้แจงว่า ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ได้รับทราบเรื่องแล้ว และได้เข้าให้ความช่วยเหลือทางกงสุลแก่หญิงไทยที่ถูกคุมขังรายนี้ตามขั้นตอน พร้อมทั้งแจ้งให้ญาติและครอบครัวของเธอที่ประเทศไทยทราบเรื่องแล้ว ทว่าปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมถึงรูปคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศการสืบสวนคดีนี้เป็นไปอย่างยากลำบากและถูกปิดบังเป็นความลับ โดยผู้จัดการและพนักงานต้อนรับของโรงแรมซากุระ เรสซิเดนซ์ ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใด ๆ แก่สื่อมวลชน เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีท้องถิ่นที่รับผิดชอบคดีดังกล่าว ซึ่งปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์และวางสายใส่ผู้สื่อข่าวทันที
นับตั้งแต่กองทัพเมียนมาเปิดฉากรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งของนางอองซานซูจี เมื่อปี 2021 เมียนมาก็ตกอยู่ภายใต้ภาวะสงครามกลางเมืองและการสู้รบอย่างรุนแรงระหว่างกองทัพรัฐบาลทหารและกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์ รวมถึงกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตย ส่งผลให้ระบบตุลาการและกระบวนการทางศาลของเมียนมาขาดความโปร่งใสอย่างสิ้นเชิง มีการจำกัดสิทธิ์และปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลของสื่อมวลชนอย่างเข้มงวด ทำให้การติดตามความคืบหน้าคดีนี้เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น.
ที่มา AFP / Associated Press